
บล็อกนี้เสมือน Hard Drive สำหรับเก็บข้อมูลที่ข้าพเจ้าเดินทางผ่านมาตั้งแต่ที่นึกได้ว่าอยากจะจำแล้วหาที่เก็บเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อเล่าสู่กันอ่านประมาณว่า"เป็นเรื่องเล่าของข้าน้อย"ละกันส่วนใหญ่คงวนเวียนอยู่ในวงการการศึกษาแล้วก็ที่ทำงานน่ะแหละ...แล้วจะมาเขียนบอกต่อก็แล้วกันครับกระพ้ม...BYE
ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?
วันพุธที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
คุณธรรม สำนึก...สิ่งทีค่อยจางหายในวัฒนธรรมเด็กรุ่นใหม่...(บางคน)

วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
อบรมจิ้มจุ่มจูมลา...ลั้ลลา..ที่ ม.ขอนแจ๊น...!!


วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
น้ำท่วม..วิกฤตกับโอกาสที่แบ่งด้วยเส้นบางๆ
เหตุการณ์สถาณการณ์น้ำท่วมโคราชตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา....เมื่อเกิดน้ำหลากและท่วมบ้านเรือนไปเกือบทั้งจังหวัด...รวมถึงบ้านของผู้เขียนด้วย..ถึงแม้น้ำจะไม่ท่วมบ้านแต่หน้าบ้านก็เกือบถึงหัวเข่า..รถวิ่งผ่านหน้าบ้านที น้ำก็กระเพื่อมเข้าบ้านที...รถที่วิ่งผ่านหน้าบ้านก็เห็นว่าน้ำท่วม..พี่แกก็ยังวิ่งแรลลี่แบบว่าจะdrifftเลย ..เอามันเข้าว่า...คนเดือดร้อนจะเป็นยังไงก็ไม่สนเพราะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...
ทีนี้ลองมองย้อนกลับมาดูกันมั่งว่าทามมายโคราชจึงท่วมมากมายขนาดนี้...จริงๆแล้วมันเคยท่วมมาแล้วหลายครั้งเพียงแต่ว่า มาก น้อย ต่างกรรมต่างวระกันไป...ที่เห็นมาก็ที่เดิมๆ หน้าจิระ..สนามกีฬาค่ายสุรนารี..หลังเดอะมอลล์...ประปาโคราช..โรงเรียนเมือง...อาชีวะ (อศน.) ...อนุบาลดอกบัว...สุรนารีวิทยา...หลังวัดสามัคคี...ประตูน้ำ...ราชภัฎ...วัดศาลาลอย(วัดย่าโม)....เจอหนักๆทั้งนั้น...เอออีกที่ๆลืมไม่ลงก็...หมู่บ้าน VIP สมชื่อจริงๆ ครับ...ท่วมแบบพิเศษเลย...น่าสงสารและเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง..ครูเก่าที่สอนผมมาท่าก็อยู่ที่นั่นด้วย...ดูข่าวเห็นเค้าช่วยกันขนย้ายและดูแลท่านได้อย่างปลอดภัยก็พลอยดีใจด้วย..แต่สงสารเจ้าของบ้านทุกหลังเลยครับเพราะท่วมถึงชั้นสองเป็นแถวเลย...โรงเรียน สุรนารีวิทยา2ก็หางเลขประจำ...
หากมองอีกมุมนึงด้านวิกฤตก็คือน้ำท่วมมหากาฬ....เดือดร้อนไปทั่ว...พอข้ามเส้นของวิกฤติมาดูโอกาสกันมั่ง...ก็น่าจะเป้นดังนี้คือ คนโคราชจะให้ความสำคัญกับระบสารนิเทศภูมิศาสตร์มากขึ้น...ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น....รณรงค์การรักาความสะอาดมากขึ้น...มีการขุดลอกท่อระบายน้ำให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น...ได้รับงบประมาณในการบูรณะบ้านเรือนเพื่อเตรียมรับมือในครั้งต่อไป...มีน้ำใช้ชัวร์ๆ ตลอดปีหน้า..ท่อน้ำทิ้ง ท่อระบ้ายน้ำโล่งขึ้น สะอาดขึ้น...โคราชจะมีรถสุขาเคลื่อนที่และเรือสำหรับบริการชาวบ้านมากขึ้น...นักการเมืองท้องถิ่นจะมีความจริงในในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของคนโคราชมากขึ้น(ถ้าไม่ทำคงไม่ได้รับเลือก...)
อยากให้พี่น้อวชาวโคราชและชาวไทยรู้รักสามัคคีมากขึ้น...ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมากขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...ให้อภัยมากขึ้นและให้โอกาสแก่ทุกคนโดยรู้จักการให้มากกว่าการตั้งท่าจะรับอย่างเดียว....แค่นี้ก็จะทำให้คนไทยทุกท่านผ่านวิกฤติดังกล่าวเพื่อก้าวข้ามเส้นบางๆสู่โอกาสในอนาคตได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วย...
ขอขอบคุณ KCTV โคราช(เอื้อเฟื้อคลิปวิดีโอ)...เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทุกท่าน...ผู้บริจาคทุนทรัยพ์...บริจาคปัจจัยทุกคน...ทหาร...ตำรวจ...กลไกของรัฐ...ทุกภาคส่วน...และผู้ที่มิได้เอ่ยนาม ณ ที่นี้...ที่ตั้งใจให้บริการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงใจ...ครับ....หวังว่าเราจะมีสติและมีปัญญาในการฝ่าฟันอุปสรรคที่เราอาจถูกทดสอบด้วยธรรมชาติก็ได้ว่า เราจะอยู่กับเค้าได้อีกยาวนานเท่าไร...ขึ้นอยู่กับคนทั้งโลกนั่นเอง..อามิตตะพุทธ...
วันอังคารที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
แด่หนูแฮมเตอร์ผู้วายชนม์...

วันนี้ เป็นวันปิดเทอมวันที่ 2 ของโรงเรียนที่ผมทำงาน ทุกเข้าก่อนไปโรงเรียนก็ต้องแวะทักทายเพื่อตัวเล็ก จริงๆ ก็เลี้ยงเค้าจนรักเหมือนลูกน่ะแหละ...ไม่รู้จะเรียกชื่ออะไรก็ลยตั้งว่า "เสี่ยดำ" เพราะหาแฟนให้กี่ตัวก็ตายหมด จนไม่หาให้แล้ว..ปล่อยอยู่ตัวเดียวนี่แหละ...ถ้าวันไหนไม่มาให้อาหารตรงเวลาก็จะกัดกรงพร้อวเขย่าประตูเสียงดัง แกร๊กๆๆๆ...จนต้องเดินไปหาแล้วก็ให้เมล็ดทานตะวันผสมดอกหญ้า...ถึงเงียบ...แล้วก็ไปคลุกทรายในกะบะแล้วก็นอนหลับ...เริ่มแรกไม่ได้รักเลย เพราะลูกชายอยากเลี้ยงก็เลยตามเลย...เอาไปเลี้ยงที่หอพัก เหม็นฉี่ทั้งห้องเลย...ตกลงว่าเอากลับมาบ้านพ่อเลี้ยงเองดีก่า...เคยเข้าไปในเว็บหนูแฮมเตอร์ต่างๆ เพื่อศึกษาวิธีดูแลว่าเด้าเป็นยังไง กินอะไร อยู่ยังไง...จนได้เห็นพัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมี.ค. 51 โน่น...มีกิ๊ก 3 ตัว(ทีละตัว) มีลูกประมาณ 6 ครอก ๆ ละ 5-6 ตัว ลูกออกมาตัวเท่าชอล์กเขียนกระดานที่หักแล้ว...นอนเรียงเป็นหนอนเลย...ยังคิดเลยว่าแม่เค้าเบ่งออกมาแล้วเลี้ยงตัวเดียวเอานมไหนให้กินน้อ?...รุ่นแรกๆ เสี่ยไข่น่ารักมาก ไม่กินลูกเลย..ช่วยเลี้ยงอีกต่างหาก ตื่นเต้นมาก เลี้ยงจนโตได้ 1 เดือน ก็แยกกรง ไปซื้อกรงขนาดบิ๊ก 2 ชั้น ราคาหลายร้อยอยู่...ให้ครอบครัวเสี่ยดำอยู่....พอรุ่นต่อมาเริ่มเยอะขึ้นๆๆ..จนต้องปรึกษากันว่าต้องเอาลูกไปขาย...ก็ขายได้ตัวะ 40-50 บาท ตอนแรกดีใจ..กลับมาบ้านมานั่งเสียใจว่าเราน่าจะเลี้ยงเค้าให้หมดเลยก็ได้...จะไปขอซื้อคืน เค้าขายไปจ้อย..ปรึกษาเจ้าของร้านขายหนู เค้าบอกว่าทีหลังอาจารย์ก็เอามาแลกเป็นอาหารหรือสินค้าตัวอื่นๆ ดีกว่าจะได้ไม่ต้องคิดมาก...ก็เลยเห็นด้วยว่าเราแลกเอาอาหารกับอุปกรณ์ดูแลไปให้น้องเค้าได้ใช้ประโยชน์เพราะรุ่นพี่ ๆ ก็มีคนรักมาซื้อไปเลี้ยงต่อไป...
อยู่ดูแลกันมาจริงๆแล้วมีอีก 1 ครอบครัว เป็นแฮมเตอร์พันธุ์ไจแอ้นท์สีขาว ตาแดงกับตาดำ...ซื้อมาพร้อมกันกับเสี่ยไข่..ตัวผู้ตายไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็ร้องไห้กันทั้งบ้าน....แสนรู้มาก....จับมาอยู่นอกกรงจะเดินวนๆเจ้าของรอให้เล่นด้วย..จนบางที่เกือบเผลอเหยียบบ่อยมาก....ตอนนี้ก็เลยเหลือตัวเมียซึ่งนับวันจะเป็นนินจาสาวเจ้าไปทุกวัน...เวลาว่างก็จะปีหลังคาเป็นนินจาแล้วก็หล่นตุ๊บ..สงสารมากเลย..
ทั้งคู่แก่มากแล้ว..เริ่มสังเกตเห็นติ่งเนื้อที่ท้องของเสี่ยดำเมื่อหลายเดือนก่อยเคยปรึกษาเจ้าของร้านเค้าบบอกว่าหนู้พวกนี้พอเริ่มแก่ก็จะมีอาการแทรกซ้อนแบบนี้ ตรงกับที่ค้นในเว็บ(http://pets.hamsteronline.com/)เลย..สงสารมาก ส่วนนินจาสาวก็เริ่มขนร่วงแล้วก็หูกางจะบินแล้วมั้ง?..วันหลังลูกเอากล้องกับมาจะถ่ายมาให้ดู...
เมื่อเช้าเห็นเสี่ยดำเงียบๆ...เลยดิดกรงดูเ้ค้านั่งมองหน้าแล้วก็เดินเข้าไปในกะบะทรายที่เป็นเหมือนกล่องสบู่อ่ะ..ก่อนออกจากบ้านไปทำงานเค้าก็ยังชะโงกหน้าออกมามองเหมือนกัยจะบอกว่า..เค้ามีเวลาไม่มากแล้ว....อยากจะบอกเราอย่างนั้นจริงๆมั้ง?...เลยบอกไปว่าเย็นจะรีบกลับมาพาไปหาหมอ....ตกเย็นกว่าจะเสร็จงานแล้วไปบ้านคุณยายกลับมาถึงบ้านเดือบทุ่ม รีบไปเปิดกรง...เงียบ....เปิดกะบะทรายดู...เสี่ยดำนอนหายใจรวยรินงอคุดคู้..ลองเรียกชื่อพร้อมกับลุบหัว...เค้าก็ลืมตาแล้วขยับขาหน้ามาเกาะที่นิ้ว...กระพริบตา2-3 ครั้ง ท้องกระเพื่อม เล็กน้อย..โฮ...น้ำตาซึมเลย...บอกเค้าว่าไม่ต่้องห่วงนะ...หลับให้สบาย...ขอบคุณที่รอ...ใครไม่เชื่อก้อไม่เป้นไรครับ...เค้านอนคุดคู้หลับตา..แล้วก็จากไป..เหมือนเค้านอนหลับตอนช่วงสายของทุกๆวัน...
เพียงแค่อยากบอกว่า...ทุกชีวิต...มีค่าทั้งนั้น....เค้าสอนอะไรเรามั่งล่ะ..อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าความรัก...เป็นสิ่งที่ดีเสมอ...สัตว์โลกที่เกิดมา...ก็เป็น 1 ชีวิต...คูณดูแลเค้าให้ดี..เค้าก็ตอบแทนคุณ....จนถึงเวลาที่จากไป...เค้าสอนเราว่า...ทุกชีวิต...เกิด...แก่...เจ็บ...ตาย...เป็นเรื่องธรรมชาต..ช้าหรือเร็ว...เท่าันั้น...
หวังวาบทความนนี้คงบอกอะไรได้บ้าง...รู้เพียงว่าคงยังไม่หาน้องหนูตัวใหม่มาเลี้ยงแทนเพราะสงสาร....นั่นเอง...และพรุ่งนี้ก็จะทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เค้าเพื่อชาติหน้าฉันใด เค้าจะได้หลุดพ้นจากการเป็นเช่นนี้อีกต่อไป....ขอบคุณที่มีพื้นที่ให้เขียน...ขอบคุณภาพจาก(http://pets.hamsteronline.com/).....ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน...
วันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓
การศึกษายุคศตวรรษที่ 21อมรม ICT ไทยเข้มแข็ง SP2 (part3)


ศน.สุนันทา ซึ่งเป็นวิทยากรอบรม ICT นำภาพข้างล่างมาให้ดูเป็นการบ้านว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
1. ของเก่า รัฐให้กระทรวงธรรมการคลุมกะลาใบยักษ์ให้ครู+นักเรียน+Steak holder รัฐว่ายังไงก็ Hi!! Hitler!!
2. ครั้นกะลาแตก เห็นโลกภายนอกมาขึ้น ก็เลยให้ครู+ นักเรียน+Steak holder มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาที่ลูกหลานของเขาควรได้รับและควรรู้เพื่อนำเป็นผลติดตัวตลอดไป
3. ข้อคิดนี้น่าสนใจมาก ท่านอาจารย์ ยม

ศููนย์บริหารและพัฒนาทุนมนุษย์ องค์การที่ปรึกษาด้านการบริหาร และพัฒนาคนและองค์การ ศตวรรษที่ 21 เพิ่มพูน "ทุนทางปัญญา" ด้วยการศึกษาตามแนวพุทธศาสตร์ ท่านเขียนบอกวอธีดำเนินชีวิตด้วย ปัญญา 3 ดังนี้
3.1. สุตะมะยะปัญญา*ปัญญาเกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน Listen, แหล่งเรียนรู้ เช่น ตำรา คำสอน (แหล่งและสื่อข้อมูล)Data, Media, Informatio(ประมาณว่า มีทักษะชีวติ+ทักษะการเรียนรู้+ทักษะด้านสารสนเทศและICT)
3.2. จินตะมะยะปัญญา ปัญญาเกิดจากความหมั่นตรึกตรอง ความนึกคิด ความคิดทั้ง หมั่นทบทวน ๆ(ทักษะการเรียนรู้+ทักษะกระบวนการคิด)
3.3. ภาวนามะยะปัญญา *ปัญญาเกิดจากการพัฒนาจากการทำให้เกิด ทำให้มีโดยวิธีการวิจัยและพัฒนาทั้งวิจัยและพัฒนาทางร่างกายภายนอกตัวตน และภายในจิตใจของตน การฝึกจิต ฝึกสมาธิ และการสั่งจิตใต้สำนึกประกอบกับการหมั่นทบทวน หลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า (ประมาณว่าการพัฒนา SQ ความฉลาดทางจิตวิญาณ ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีใครรู้และเข้าใจจึงไม่ค่อยได้นำไปใช้กับเด็กนักเรียน ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการใช้ IQ+EQ เรามักพบว่าองค์กรเอกชนใช้SQ เยอะมาก มากกว่าองค์กรของรัฐโดยเฉพาะในเรื่องของกาศึกษา จึงทำให้เกิดปัญหาทุกวันนี้...)
ถ้า ครู+ นักเรียน+Steak Holder ประพฤติปฏิบัติตนได้แล้วรับรองประเทศไทยจะโสภาสถาพรเกินหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีได้ภายในไม่กี่สิบปีนี้แ่น่นอน


อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part 3)

อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part 2)

ลองเช็คสปีดในการอบรมแล้วเป็นดังนี้ครับ
อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part1)

วันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓
วัน..ขอบคุณ..ครู...
จากวันั้นถึงวันนี้..มานั่งย้อนคิดถึงวันเก่า ๆทีไร ทำให้คิดได้ว่า ในโลกนี้ยังมีครูดี ๆ เช่นนั้นอยู่จริง...แล้วบัดนี้ เราก็มายืนตรงจุดที่ครูท่านนั้นเคยทำให้เราร้องไห้...โดยที่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าท่านต้องการสอนสั่งอะไรเรา..ท่านเพียงทำหน้าที่ของครูที่เป็นครูด้วยจิตวิญญาณเท่านั้นเอง...เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า...ถ้าเราต้องดูแลเด็กที่ไม่เอาอ่าวแบบตัวเราซักคนเช่นนี้..เราจะมีปัญญาทำได้เฉกเช่นครูท่านนั้นหรือไม่???..แล้วครูบางคนที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเช่นไรบ้าง..ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง...ผมจำได้ว่าบางวันพ่อต้องเข้าทำงานแต่เช้า มาส่งเราที่หน้าประตูโรงเรียนก่อน 7 โมง ท่านก็มายืนรอรับนักเรียนแล้ว...นอกจากนั้นที่จำได้แม่นคือ..ชุดคุณครูจะเป็นประมาณว่าเสื้อสีขาวแขนเสื้อออกพองนิด ๆ คอเสื้อมีโบว์เล็ก ๆ ผูกไว้น่ารัก ครูที่เห็นแทบทุกคนจะแต่งแบบเดียวกันทั้งนั้น..ไม่มีสีสันให้เห็นเป็นสีลูกกวาดเหมือนครูปัจจุบัน....ทุกวันนี้ก็ยังจำชื่อของท่านไม่ได้ เพียงแค่อยากบอกว่า..วันนั้นถ้าไม่มีครูท่านนั้น..ก็ไม่มีเราในวันนี้แน่นอน..คงคิดจะใช้อำนาจบาดใหญ่ข่มเหงเค้าไปทั่ว....ถ้าพ่อตามใจเรา..ก็คงได้เสียผู้เสียคนเป็นแน่แท้...อยากบอกว่า..การที่มีครูโดยพ่อเป็นครูคนแรก...แล้วมีครูที่โรงเรียนเป็นคนที่สอง...ทำให้เราได้มีทางเดินชีวิตที่ไม่หลงทาง...ถึงแม้ว่ากว่าจะรู้ว่าตนเองจะเป็นอะไรในอนาคตที่ค่อนข้างช้าไปหน่อยแต่อย่าลืมว่า..การเรียนไม่เคยสายสำหรับผู้เริ่มต้นเสมอ...หากถามว่า..แล้วครูท่านั้นให้อะไรเรามั่ง...ก็ตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า ท่าทำให้เราไม่โง่...ไม่เอาเปรียบชาวบ้าน...ไม่เห็นแก่ตัว...ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง....ให้รู้จักเกรงใจผู้อื่น...และให้เรารูจักรับผิดชอบ..มีวินัยมากขึ้น..เรื่องท่องสูตรคูรแค่นี้สอนเราได้ตั้งเยอะ..แล้วทำไมเด็กบางคยในสมัยนี้ถึงได้เปราะบางกันนักหนา...ครูตีหน่อยนึงก็โกรธ..ไปฟ้องพ่อแม่...ผูปกครองก็บ้าจี้...เล่นตามบทที่ลูกบอก...ที่โรงเรียนผมเห็นเด็กหลายคนแล้วท่พ่อแม่บ้าจี้..เล่นตามบทงี่เง่าของลูก...ท้ายสุด ครูที่ดีตั้งใจสั่งสอน..ก็เลยนิ่ง..ลูกไม่เข้าเรียนเค้าก็นิ่ง...ลูกไม่สอบ เค้าก็นิ่ง...ลูกไม่ส่งงาน..เค้าก็นิ่ง...อย่าไปโกรธครูนะครับ..เพราะ พ่อแม่บอกครูท่านนั้นว่า "ลูกของผม ผมดูแลได้..ครูไม่ต้องยุ่ง..มีหน้าที่สอนก็สอนไป..." เจอพ่อแม่ปัญญานิ่มแบบนี้ ถามว่าใครเจ็บล่ะ...ก็ลูกตนเองไง..ครูท่านึงต้องสอนต้องดูแลเด็ก...เกือบ 50 คน...ครูไม่สามารถทิ้งเด็กเกือบทั้งห้องเพื่อไปตามลูกคุณเพียงคนเดียวได้หรอกครับ....
ใครอ่านบทความนี้แล้ว..คงเข้าใจหัวอกคนเป็นครูด้วยจิตวิญาณจริง ๆ มั่งนะครับ...
ท้ายสุดนี้ขอยกมือวันทาบูชาครู กตัญญูกตเวทิตา....บูรพคณาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรูให้ผมได้มีอาชีพที่ทรงเกี่ยรติจนถึงทุกวันนี้...และจะนำสิ่งที่ท่านได้สอนสั่ง อบรมมา นำไปส่งต่อกับศิษย์รุ่นหลังจากนี้ให้เป็นคลื่นลูกใหม่ที่แรงและยิ่งใหญ่กว่าเดิมร้อยเท่า พันเท่า เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้นำความรู้ความสามารถและความสัตย์ซื่อ ไปสร้างชาติให้เจริญสถาพรตลอดไปและพร้อมทั้งปกปักรักษาสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย สืบไป เหมือนรุ่นผมที่ได้รับภาระที่วิเศษสุดสี้มาแล้วเช่นกัน....แล้ววันไหนว่างจะมาเขียนต่อเรื่องไปฝึกสอนที่โรงเรียนบ้านไผ่ กับโรงเรียนเทพศิรินทร์...ให้อ่านกันต่อไปว่า เด็กที่บ้านไผ่ กับเด็กในกรุงมีความคิดเรื่องการศึกษาเช่นไรบ้าง...อีกอย่างนึงที่อยากเขียนเป็นซีรี่ย์ คือ "ของขวัญวันครู" บางเรื่องเขียนเก็บไว้นับ 30 ปีแล้ว...