ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันพุธที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

คุณธรรม สำนึก...สิ่งทีค่อยจางหายในวัฒนธรรมเด็กรุ่นใหม่...(บางคน)


นั่งดูข่าวภาคค่ำและเห็นข่าวเด่นข่าวร้อน..ที่ไม่ต้องบรรยาย...มันจุกแน่ในลำคอ...พูดไม่ออก...เหตุการณ์คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของผม...นานมาแล้วต่างสถานที่ ต่างเวลา...แต่จุดจบเช่นเดียวกัน....คือการสูญเสียคนที่เรารัก..ครอบครัวผมสูญเสียพี่ชายคนโตที่เป็นเสาหลักของครอบครัว...เหตุเพราะคนในเครื่องแบบ..เมา...ขับรถชนโดยเสียหลักพุ่งขึ้นมาชนบนฟุตบาทที่คนเค้าเดินกันตามปกติ....ช็อคกันทั้งบ้าน....แม่เกือบเสียสติ...ใช้เวลารักษาแผลใจนานนับ 10 ปี...เจ้าตัวโดนจับได้ยังเถียงข้างๆคูๆว่า...ขับดีแล้วแต่รถมันไม่ดี...แม่ผมอโหสิกรรมให้แต่ไม่รู้ว่าป่านนี้คนๆนี้เป็นเช่นไรบ้าง....งานศพก็ไม่มา...เราไม่อยากเห็นหน้าด้วยซ้ำ....นี่ถ้าแม่ผมเห็นภาพนี้ก็คงร้องไห้และคิดถึงพี่ชายคนโตอีกเช่นกัน....จากภาพที่ได้มาจากอินเทอร์เน็ต...(ถ้าเป็นภาพจริง..เจ้าตัวผู้ก่อเหตุจริง..ก็....แต่ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้)ผมมองในมุมของคนเป็นครูตัวเล็ก...แล้วมาลองนั่งเขียนmind mapping เล่นๆ....ผลออกมาได้หลากหลายปัจจัยมากเลย...แต่ถ้ามองมุมของฐานรากสูดของปิรามิดก็น่าจะบอกได้ว่า..สังคมหน่วยเล็กที่สุดของเด็กคนนี้คือครอบครัว....ล้มเหลวในการอบรมเลี้ยงดูอย่างน่าหวั่นไจ....ดูจากนามสกุลแล้วยิ่งทำให้ใจหาย....เป็นนามสกุลที่ได้พระราชทานนามจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน..ให้กับบุคคลที่ทำประโยชน์..ทำคุณต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวงจึงจะได้นามสุกลนี้มา...ซึ่งอนุชนรุ่นหลังที่ได้ใช้นามสกุลนี้ยิ่งต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น...อันหาที่เปรียบมิได้....รุ่นค่อรุ่น...ต้องอบรม สั่งสอน เลี้ยงดูอย่างดีและบอกต่อกันมาถึงที่มาของนามสกุลนี้ว่าได้แต่ใดมา...จะใช้ชีวิตบนความประมาทเล่นๆ มิได้เลย...ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสาธารณะชน...มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน...ซื่อสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์และพระบรมศานุวงศ์....มีความดีที่เป็นแบบอย่างได้ในวิถีของการดำเนินชีวิต.....มันเหมือนกับนิทานโบราณที่ผมเคยเรียนสมัยเป็นเด็ก...คือเรื่องพ่อแม่รังแกฉัน....เหมือนมากเลย...ลูกถูกตามใจจนไม่รู้จักคำว่า ผิดชอบชั่วดี....เมื่อทำผิดแล้วก็โทษคนโน้นคนนี้.....ผมนำภาพนนี้ไปขยายแล้วprint ออกมา....นำไปให้นักเรียนที่ผมสอนได้ดู....แล้วลองให้นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์จากรูปภาพ.....ว่าในมุมมองของนักเรียนชั้น ม.1 เค้ามองถาพนี้เช่นไร...ส่วนใหญ่ตรงกับข้อมูลในเว็บ...แทบทั้งสิ้น.....(เอาหละ..เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะมาเขียนต่อครับ...)

วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

อบรมจิ้มจุ่มจูมลา...ลั้ลลา..ที่ ม.ขอนแจ๊น...!!


+



มาอบรมสร้างเว็บจิ้มจุ่มจูมลา...555...นัวร์มากเลย...เคยซื้อหนังสือมาอ่าน โหลดไฟล์pdf จากเน็ต...มันก็ยัง งง ๆ ค่อนข้างหนักหนาสาหัสพอควร..วิทยากรบรรยายได้ดีค่อนข้างเร็ว...ถ้าไม่มีพื้นบ้างก็ต้องยกมือถามกันบ่ยพอควร....อบรมครั้งนี้...40 กว่าคน...หญิงเยะกว่าชายยอ่ะ...แสดงว่าข้อสังเกตของนักสถิติ....น่าเชื่อถือพอควรที่บอกว่า อัตราส่วน ชาย:หญิง = 1:4 จจะเป็นจริงก็ได้แฮะ...แอร์เย็น(โพด) ง่วงช่วงท้ายใกล้เลิก...เลยรีบมานั่งเขียน...คีย์บอรดจอมยุทธ...(แข็งโคตร)....เอาแค่นี้ก่อนเด๋วมาต่อตอนค่ำ...อยากนอนแล้ว.....

วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

น้ำท่วม..วิกฤตกับโอกาสที่แบ่งด้วยเส้นบางๆ





เหตุการณ์สถาณการณ์น้ำท่วมโคราชตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นมา....เมื่อเกิดน้ำหลากและท่วมบ้านเรือนไปเกือบทั้งจังหวัด...รวมถึงบ้านของผู้เขียนด้วย..ถึงแม้น้ำจะไม่ท่วมบ้านแต่หน้าบ้านก็เกือบถึงหัวเข่า..รถวิ่งผ่านหน้าบ้านที น้ำก็กระเพื่อมเข้าบ้านที...รถที่วิ่งผ่านหน้าบ้านก็เห็นว่าน้ำท่วม..พี่แกก็ยังวิ่งแรลลี่แบบว่าจะdrifftเลย ..เอามันเข้าว่า...คนเดือดร้อนจะเป็นยังไงก็ไม่สนเพราะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...


ทีนี้ลองมองย้อนกลับมาดูกันมั่งว่าทามมายโคราชจึงท่วมมากมายขนาดนี้...จริงๆแล้วมันเคยท่วมมาแล้วหลายครั้งเพียงแต่ว่า มาก น้อย ต่างกรรมต่างวระกันไป...ที่เห็นมาก็ที่เดิมๆ หน้าจิระ..สนามกีฬาค่ายสุรนารี..หลังเดอะมอลล์...ประปาโคราช..โรงเรียนเมือง...อาชีวะ (อศน.) ...อนุบาลดอกบัว...สุรนารีวิทยา...หลังวัดสามัคคี...ประตูน้ำ...ราชภัฎ...วัดศาลาลอย(วัดย่าโม)....เจอหนักๆทั้งนั้น...เอออีกที่ๆลืมไม่ลงก็...หมู่บ้าน VIP สมชื่อจริงๆ ครับ...ท่วมแบบพิเศษเลย...น่าสงสารและเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง..ครูเก่าที่สอนผมมาท่าก็อยู่ที่นั่นด้วย...ดูข่าวเห็นเค้าช่วยกันขนย้ายและดูแลท่านได้อย่างปลอดภัยก็พลอยดีใจด้วย..แต่สงสารเจ้าของบ้านทุกหลังเลยครับเพราะท่วมถึงชั้นสองเป็นแถวเลย...โรงเรียน สุรนารีวิทยา2ก็หางเลขประจำ...


หากมองอีกมุมนึงด้านวิกฤตก็คือน้ำท่วมมหากาฬ....เดือดร้อนไปทั่ว...พอข้ามเส้นของวิกฤติมาดูโอกาสกันมั่ง...ก็น่าจะเป้นดังนี้คือ คนโคราชจะให้ความสำคัญกับระบสารนิเทศภูมิศาสตร์มากขึ้น...ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น....รณรงค์การรักาความสะอาดมากขึ้น...มีการขุดลอกท่อระบายน้ำให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น...ได้รับงบประมาณในการบูรณะบ้านเรือนเพื่อเตรียมรับมือในครั้งต่อไป...มีน้ำใช้ชัวร์ๆ ตลอดปีหน้า..ท่อน้ำทิ้ง ท่อระบ้ายน้ำโล่งขึ้น สะอาดขึ้น...โคราชจะมีรถสุขาเคลื่อนที่และเรือสำหรับบริการชาวบ้านมากขึ้น...นักการเมืองท้องถิ่นจะมีความจริงในในการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สุขของคนโคราชมากขึ้น(ถ้าไม่ทำคงไม่ได้รับเลือก...)

อยากให้พี่น้อวชาวโคราชและชาวไทยรู้รักสามัคคีมากขึ้น...ตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมากขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...ให้อภัยมากขึ้นและให้โอกาสแก่ทุกคนโดยรู้จักการให้มากกว่าการตั้งท่าจะรับอย่างเดียว....แค่นี้ก็จะทำให้คนไทยทุกท่านผ่านวิกฤติดังกล่าวเพื่อก้าวข้ามเส้นบางๆสู่โอกาสในอนาคตได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วย...

ขอขอบคุณ KCTV โคราช(เอื้อเฟื้อคลิปวิดีโอ)...เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทุกท่าน...ผู้บริจาคทุนทรัยพ์...บริจาคปัจจัยทุกคน...ทหาร...ตำรวจ...กลไกของรัฐ...ทุกภาคส่วน...และผู้ที่มิได้เอ่ยนาม ณ ที่นี้...ที่ตั้งใจให้บริการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างจริงใจ...ครับ....หวังว่าเราจะมีสติและมีปัญญาในการฝ่าฟันอุปสรรคที่เราอาจถูกทดสอบด้วยธรรมชาติก็ได้ว่า เราจะอยู่กับเค้าได้อีกยาวนานเท่าไร...ขึ้นอยู่กับคนทั้งโลกนั่นเอง..อามิตตะพุทธ...

วันอังคารที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

แด่หนูแฮมเตอร์ผู้วายชนม์...


วันนี้ เป็นวันปิดเทอมวันที่ 2 ของโรงเรียนที่ผมทำงาน ทุกเข้าก่อนไปโรงเรียนก็ต้องแวะทักทายเพื่อตัวเล็ก จริงๆ ก็เลี้ยงเค้าจนรักเหมือนลูกน่ะแหละ...ไม่รู้จะเรียกชื่ออะไรก็ลยตั้งว่า "เสี่ยดำ" เพราะหาแฟนให้กี่ตัวก็ตายหมด จนไม่หาให้แล้ว..ปล่อยอยู่ตัวเดียวนี่แหละ...ถ้าวันไหนไม่มาให้อาหารตรงเวลาก็จะกัดกรงพร้อวเขย่าประตูเสียงดัง แกร๊กๆๆๆ...จนต้องเดินไปหาแล้วก็ให้เมล็ดทานตะวันผสมดอกหญ้า...ถึงเงียบ...แล้วก็ไปคลุกทรายในกะบะแล้วก็นอนหลับ...เริ่มแรกไม่ได้รักเลย เพราะลูกชายอยากเลี้ยงก็เลยตามเลย...เอาไปเลี้ยงที่หอพัก เหม็นฉี่ทั้งห้องเลย...ตกลงว่าเอากลับมาบ้านพ่อเลี้ยงเองดีก่า...เคยเข้าไปในเว็บหนูแฮมเตอร์ต่างๆ เพื่อศึกษาวิธีดูแลว่าเด้าเป็นยังไง กินอะไร อยู่ยังไง...จนได้เห็นพัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มเลี้ยงเมื่อเดือนมี.ค. 51 โน่น...มีกิ๊ก 3 ตัว(ทีละตัว) มีลูกประมาณ 6 ครอก ๆ ละ 5-6 ตัว ลูกออกมาตัวเท่าชอล์กเขียนกระดานที่หักแล้ว...นอนเรียงเป็นหนอนเลย...ยังคิดเลยว่าแม่เค้าเบ่งออกมาแล้วเลี้ยงตัวเดียวเอานมไหนให้กินน้อ?...รุ่นแรกๆ เสี่ยไข่น่ารักมาก ไม่กินลูกเลย..ช่วยเลี้ยงอีกต่างหาก ตื่นเต้นมาก เลี้ยงจนโตได้ 1 เดือน ก็แยกกรง ไปซื้อกรงขนาดบิ๊ก 2 ชั้น ราคาหลายร้อยอยู่...ให้ครอบครัวเสี่ยดำอยู่....พอรุ่นต่อมาเริ่มเยอะขึ้นๆๆ..จนต้องปรึกษากันว่าต้องเอาลูกไปขาย...ก็ขายได้ตัวะ 40-50 บาท ตอนแรกดีใจ..กลับมาบ้านมานั่งเสียใจว่าเราน่าจะเลี้ยงเค้าให้หมดเลยก็ได้...จะไปขอซื้อคืน เค้าขายไปจ้อย..ปรึกษาเจ้าของร้านขายหนู เค้าบอกว่าทีหลังอาจารย์ก็เอามาแลกเป็นอาหารหรือสินค้าตัวอื่นๆ ดีกว่าจะได้ไม่ต้องคิดมาก...ก็เลยเห็นด้วยว่าเราแลกเอาอาหารกับอุปกรณ์ดูแลไปให้น้องเค้าได้ใช้ประโยชน์เพราะรุ่นพี่ ๆ ก็มีคนรักมาซื้อไปเลี้ยงต่อไป...
อยู่ดูแลกันมาจริงๆแล้วมีอีก 1 ครอบครัว เป็นแฮมเตอร์พันธุ์ไจแอ้นท์สีขาว ตาแดงกับตาดำ...ซื้อมาพร้อมกันกับเสี่ยไข่..ตัวผู้ตายไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็ร้องไห้กันทั้งบ้าน....แสนรู้มาก....จับมาอยู่นอกกรงจะเดินวนๆเจ้าของรอให้เล่นด้วย..จนบางที่เกือบเผลอเหยียบบ่อยมาก....ตอนนี้ก็เลยเหลือตัวเมียซึ่งนับวันจะเป็นนินจาสาวเจ้าไปทุกวัน...เวลาว่างก็จะปีหลังคาเป็นนินจาแล้วก็หล่นตุ๊บ..สงสารมากเลย..
ทั้งคู่แก่มากแล้ว..เริ่มสังเกตเห็นติ่งเนื้อที่ท้องของเสี่ยดำเมื่อหลายเดือนก่อยเคยปรึกษาเจ้าของร้านเค้าบบอกว่าหนู้พวกนี้พอเริ่มแก่ก็จะมีอาการแทรกซ้อนแบบนี้ ตรงกับที่ค้นในเว็บ(http://pets.hamsteronline.com/)เลย..สงสารมาก ส่วนนินจาสาวก็เริ่มขนร่วงแล้วก็หูกางจะบินแล้วมั้ง?..วันหลังลูกเอากล้องกับมาจะถ่ายมาให้ดู...
เมื่อเช้าเห็นเสี่ยดำเงียบๆ...เลยดิดกรงดูเ้ค้านั่งมองหน้าแล้วก็เดินเข้าไปในกะบะทรายที่เป็นเหมือนกล่องสบู่อ่ะ..ก่อนออกจากบ้านไปทำงานเค้าก็ยังชะโงกหน้าออกมามองเหมือนกัยจะบอกว่า..เค้ามีเวลาไม่มากแล้ว....อยากจะบอกเราอย่างนั้นจริงๆมั้ง?...เลยบอกไปว่าเย็นจะรีบกลับมาพาไปหาหมอ....ตกเย็นกว่าจะเสร็จงานแล้วไปบ้านคุณยายกลับมาถึงบ้านเดือบทุ่ม รีบไปเปิดกรง...เงียบ....เปิดกะบะทรายดู...เสี่ยดำนอนหายใจรวยรินงอคุดคู้..ลองเรียกชื่อพร้อมกับลุบหัว...เค้าก็ลืมตาแล้วขยับขาหน้ามาเกาะที่นิ้ว...กระพริบตา2-3 ครั้ง ท้องกระเพื่อม เล็กน้อย..โฮ...น้ำตาซึมเลย...บอกเค้าว่าไม่ต่้องห่วงนะ...หลับให้สบาย...ขอบคุณที่รอ...ใครไม่เชื่อก้อไม่เป้นไรครับ...เค้านอนคุดคู้หลับตา..แล้วก็จากไป..เหมือนเค้านอนหลับตอนช่วงสายของทุกๆวัน...
เพียงแค่อยากบอกว่า...ทุกชีวิต...มีค่าทั้งนั้น....เค้าสอนอะไรเรามั่งล่ะ..อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าความรัก...เป็นสิ่งที่ดีเสมอ...สัตว์โลกที่เกิดมา...ก็เป็น 1 ชีวิต...คูณดูแลเค้าให้ดี..เค้าก็ตอบแทนคุณ....จนถึงเวลาที่จากไป...เค้าสอนเราว่า...ทุกชีวิต...เกิด...แก่...เจ็บ...ตาย...เป็นเรื่องธรรมชาต..ช้าหรือเร็ว...เท่าันั้น...
หวังวาบทความนนี้คงบอกอะไรได้บ้าง...รู้เพียงว่าคงยังไม่หาน้องหนูตัวใหม่มาเลี้ยงแทนเพราะสงสาร....นั่นเอง...และพรุ่งนี้ก็จะทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เค้าเพื่อชาติหน้าฉันใด เค้าจะได้หลุดพ้นจากการเป็นเช่นนี้อีกต่อไป....ขอบคุณที่มีพื้นที่ให้เขียน...ขอบคุณภาพจาก(http://pets.hamsteronline.com/).....ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน...

วันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

การศึกษายุคศตวรรษที่ 21อมรม ICT ไทยเข้มแข็ง SP2 (part3)







ศน.สุนันทา ซึ่งเป็นวิทยากรอบรม ICT นำภาพข้างล่างมาให้ดูเป็นการบ้านว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
พอได้โจทย์แล้วก็คิดได้ดังนี้ประมาณว่า
1. ของเก่า รัฐให้กระทรวงธรรมการคลุมกะลาใบยักษ์ให้ครู+นักเรียน+Steak holder รัฐว่ายังไงก็ Hi!! Hitler!!
2. ครั้นกะลาแตก เห็นโลกภายนอกมาขึ้น ก็เลยให้ครู+ นักเรียน+Steak holder มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาที่ลูกหลานของเขาควรได้รับและควรรู้เพื่อนำเป็นผลติดตัวตลอดไป
3. ข้อคิดนี้น่าสนใจมาก ท่านอาจารย์ ยม

จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ตำแหน่งผู้อำนวยการ
ศููนย์บริหารและพัฒนาทุนมนุษย์ องค์การที่ปรึกษาด้านการบริหาร และพัฒนาคนและองค์การ ศตวรรษที่ 21 เพิ่มพูน "ทุนทางปัญญา" ด้วยการศึกษาตามแนวพุทธศาสตร์ ท่านเขียนบอกวอธีดำเนินชีวิตด้วย ปัญญา 3 ดังนี้
3.1. สุตะมะยะปัญญา*ปัญญาเกิดจากการได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน Listen, แหล่งเรียนรู้ เช่น ตำรา คำสอน (แหล่งและสื่อข้อมูล)Data, Media, Informatio(ประมาณว่า มีทักษะชีวติ+ทักษะการเรียนรู้+ทักษะด้านสารสนเทศและICT)
3.2. จินตะมะยะปัญญา ปัญญาเกิดจากความหมั่นตรึกตรอง ความนึกคิด ความคิดทั้ง หมั่นทบทวน ๆ(ทักษะการเรียนรู้+ทักษะกระบวนการคิด)
3.3. ภาวนามะยะปัญญา *ปัญญาเกิดจากการพัฒนาจากการทำให้เกิด ทำให้มีโดยวิธีการวิจัยและพัฒนาทั้งวิจัยและพัฒนาทางร่างกายภายนอกตัวตน และภายในจิตใจของตน การฝึกจิต ฝึกสมาธิ และการสั่งจิตใต้สำนึกประกอบกับการหมั่นทบทวน หลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า (ประมาณว่าการพัฒนา SQ ความฉลาดทางจิตวิญาณ ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยมีใครรู้และเข้าใจจึงไม่ค่อยได้นำไปใช้กับเด็กนักเรียน ซึ่งจะได้ผลดีกว่าการใช้ IQ+EQ เรามักพบว่าองค์กรเอกชนใช้SQ เยอะมาก มากกว่าองค์กรของรัฐโดยเฉพาะในเรื่องของกาศึกษา จึงทำให้เกิดปัญหาทุกวันนี้...)
ถ้า ครู+ นักเรียน+Steak Holder ประพฤติปฏิบัติตนได้แล้วรับรองประเทศไทยจะโสภาสถาพรเกินหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีได้ภายในไม่กี่สิบปีนี้แ่น่นอน

อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part 3)

เมื่อสักครู่ท่าน ศน.วิทยากรบอกว่าใครไปเปิดเว็บกับหนิงดอทคอมแล้ว ประมาณเดือนกรกฎาคม นี้ อาจจะมีการเก็บตังค์ค่า URL ในการใช้งาน.....เออ...ถ้าเป็นเช่นนั้น สพฐ.ก็น่าจะเจรจาดูแลแทนครูไทยด้วยนะครับ....เพราะ สพฐ. ก็มีwebserver เป็นของตัวเองแล้ว ถ้าไม่เวิร์คก็หาเพิ่มเลยครับ ...แล้วให้ครูใช้ cms เช่น moodle เลย หรือไม่ก็แล้วแต่คนชอบเช่ nook / PHP nook / mambo / XOOM / ตอนนี้ที่เห็นมาแรงก็น่าจะเป็น Joomla คิดว่า น่าจะใช้เงิน SP2 อบรมประมาณ 2 วันก็น่าจะเวิร์ค เพราเท่าที่สังเกตดู หนิงดอทคอมก็น่าจะคล้ายและใกล้เคียงกับ CMS ที่บอกมาแล้ว คนเก่งเรื่องนี้ในโคราชมีเยอะมาก ๆ ที่ฝังตัวอยู่ตามโรงเีรียน น่าจะใ้ช้บุคลากรให้คุมค่าก็จะดีนะครับ...

อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part 2)

เก้าโมงยี่สิบห้าแล้ว เริ่มลงมือทำงาน วิทยากรกำลังสาธิตการใช้งาน หนิงดอทคอม เมื่อวานคุยกับครูบางท่าน ก็งง ๆ อยู่ว่า หนิง คือใคร? ก็ไม่มีใครบอกได้ ก็เลยเข้าไปที่ http://blog.ning.com/?author=54 ลองอ่ารายละเอียดดูละกันน่าจะใช่อันเดียวกันนี้หละมั้ง?? นึกแปลกใจเล็ก ๆ ว่า ระดับ สพฐ. ทามมายไม่ใช้ Think Quest Thailand ซึ่งฟรีแล้วก็ดี และต้องรับผิดชอบ จะได้สาระมากเหมือนกันเลย...งง เล็ก ๆ แต่ไม่ว่ากันครับ เข้าสโลแกนที่ว่า แมวสีไหนที่จับหนูได้ก็ถือว่า OK แม่ใหญ่สอน ละกัน... ตอนนี้ก็สอนเข้า u-tube เห็นหลาย ๆ คนหนุกหนานดี ก็ดีใจกะครูไทยด้วย...ใจจริงแล้วอยากได้ความรู้เรื่องการใช้ application ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแล้วบังเกิดผลจริง...พร้อมมีการนิเทศติดตามงาน อย่าเหมือนไฟไหม้ฟางพอหมดงบแล้วก็หายจ้อย...ได้เวลาก็มาตั้งงบอบรมกันใหม่ กลายเป็นเหล้าขาวในขวดรีเจนซี่ ก็ไม่เกิดผลอะไรกับระบบการศึกษาไทยเหมือนที่เคยเป็นมา...ฝากผู้เกี่ยวข้องด้วยละกันครับว่า...หากมีงบ SP2 หรือ SP3 อยากได้เรื่อง PHP+MySQLและการสร้าง CMS ด้วยตนเองม่ใช่ไปเอา e-เรือจ้างของ มทส. มาแล้วใช้งานไม่เต็มสูบ ของเค้าดีมาก ๆแต่เอามาใช้ไม่ครบไง... หรืออบรม Moodle เลยก็ดี เพราะเค้าใช้งานกันทั่วโลกแล้วก็ยอมรับได้มากเลย หรือเอา Atuter ที่อาจารย์มนตรี ใช้ก็ดี ครูจะได้พัฒนาศักยภาพของตนเองจนถึงเขียน PHPได้ แล้วใครพร้อมก็ไปโลดเลย...เชื่อว่า สพฐ.ก็จะได้ครูจริง ของจริง พัฒนาการเรียนการสอนได้จริงเพื่อนักเรียนทั้งชาติจะได้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ....

ลองเช็คสปีดในการอบรมแล้วเป็นดังนี้ครับ

อบรมครับอบรม....SP2 ไทยเข้มแข็ง (part1)

วันนี้มาอบรม ICT ตามเงิน SP2 เข้าไปอ่านในเว็บอื่นๆเห็นว่ามีเงินลงมาตรงส่วนนี้นับหมื่นล้าน...ขอบคุณ พณ ท่าน รมต. ICT ระนองรักษ์ ยังไม่เห็นผลงานเป็นรูปธรรม ก็ปลดจาก รมต. จ้อย สงสารคือกันแหละ..ningดอทคอม น่าจะคล้ายกับ thinkquest thailand ของ sun microsystem มั้ง จริงๆแล้วก็ดีทั้งนั้น แต่ของ sun ฟรีหมด เพียงแต่ต้องรักษาสถานะของโรงเรียนตลอดไป ใครเหลวไหลเค้าตัดทิ้งโลด ก็จะลองเล่นดูก่อนเป็นไงก็จามาเล่าให้อ่านต่อไป...

วันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

วัน..ขอบคุณ..ครู...

มีบางคนกล่าวว่า "ครู" คือผู้อบรมสั่งสอน ผู้มีสติปัญญา ผู้สร้างสรรค์และนักพัฒนาทรัพยากร...แต่ที่ชอบมาก ๆ คือ "ครู" คือวิศวกรมนุษย์ ที่รังสรรค์ปั้นแต่ง วางแผนการสร้างคน ๆนึงให้เป็นตามที่ครูได้เล็งเห็นแล้ว่า คนๆนั้นเหมะสมที่จะเป็นอะไร...ตามศักยภาพของเขานั่นเอง...เมื่อวันครูมาถึง ผมไปร่วมกิจกรรมวันครูแล้วก็นึกย้อนไปเมื่ออยู่ชั้น ป.2 ก็คงประมาณ พ.ศ. 2509 มั้ง จำได้แม่เลยว่า ตอนเย็นจะกลับบ้าน...คูประจำชั้นให้ท่องสูตรคูณ ใครท่องไม่ได้ครูขู่ว่าจะมไปล่อยกลับบ้าน..จริง ๆ แล้วท่านก็บอกมาตั้งหลายวันแล้ว...ด้วยความที่เราไม่เอาอ่าว...ก็เลยไมสนใจ..และเมื่อวันนั้นมาถึง...กลายเป็นว่าเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่ได้กลับบ้าน...ทุกทีพ่อจะมขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่เสียงดัง ๆ ..จนแทบไม่อยากให้พ่อมารับเลย...(มารู้เมื่อตอนอยู่ ป.4 ว่ามันคือรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ MZ พ่อมี 2 คัน อีกคันก็มารู้ทีหลังว่าเป็นยี่ห้อ BMW แบบสองสูบ ตอนเป็นเด็กโคตรอาย ตอนนี้โคตรเสียดาย ฮือๆๆๆ...) มารับตอนหลังเลิกงานประมาณ 4 โมงเกือบ ๆ 5 โมง วันนี้ 5 โมงกว่าก็ยังไม่มา... ไอ้เราก็กะว่า...พ่อมาเมื่อไร คงเลิกกลับบ้านได้ทันที่(กะใช้เส้นไง...คิดดีตั้งแต่เด็กเลยเนอะ...) พอใกล้ 6 โมง เริ่มหิวข้าวอย่างแรง บอกครูว่า "คุณครูครับ...คุณครูไม่กลับบ้านเหรอครับจะมืดแล้ว...ครูตอบชัดเจนว่า...หนูท่องสูตรคูณไม่ได้ครูก็ยังไม่กลับ...แล้วอีกอย่าพ่อของหนูก็ยังไม่มารับ..." (เป็นไก่หงอยเลยเรา...) สักครู่ก็ได้ยินเสียงครางแบบหนวกหูชาวบ้าน บรึ้นๆๆ...มาแล้วๆๆ(นึกในใจว่าได้กลับซักทีรอดตายไม่ต้องท่องสูตรคูณ เย้ๆๆ)...พอพ่อมาถึงห้อง ครูก็รีบรายงานว่าลูกของคุณ......".."..".."โอ้โห....คุณครูท่านแทบไม่หายใจเลย...เราก็รอลุ้นว่าพ่อจะว่ายังไง(ได้กลับชัวร์)...พ่อตอบชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่เป็นไรครับ...ผมรอได้...ลูกผมทำได้เมื่อไรค่อยกลับ...."(โอ้ย...อยากร้องเป็นภาษวาตูลูเลยอ่ะ...)กะว่าใช้เส้นของพ่อที่เป้นราชการทหารยศนายร้อยซักกะหน่อย...อดจ้อย... ครูยิ้มแบบผู้ชนะแล้วหันมาบอกว่า "เอาละ...คุณพ่ออนุญาตแล้ว ..เรามาท่องสูตรคูณต่อดีกว่านะจ๊ะ..." แค่นั้นแหละ...เป็นสูตรคูณที่แสนเศร้าในชีวิต..ท่องทั้งคราบน้ำตา...ฮือๆๆๆ..กว่าจะได้กลับบ้านเกือบ 3 ทุ่ม..จำไม่ลืมๆๆ...(นึกโกรธอยู่ในใจ...เคยคิดว่าแล้วครูไม่ห่วงคนที่บ้านหรือไงน้อ...หลังจากนั้นท่านก็กลับบ้านเราก็นั่งรถร้องไห้แข่งกับเสียงคำรามของเจ้าMZ ตัวเก่งของพ่อ...)
จากวันั้นถึงวันนี้..มานั่งย้อนคิดถึงวันเก่า ๆทีไร ทำให้คิดได้ว่า ในโลกนี้ยังมีครูดี ๆ เช่นนั้นอยู่จริง...แล้วบัดนี้ เราก็มายืนตรงจุดที่ครูท่านนั้นเคยทำให้เราร้องไห้...โดยที่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าท่านต้องการสอนสั่งอะไรเรา..ท่านเพียงทำหน้าที่ของครูที่เป็นครูด้วยจิตวิญญาณเท่านั้นเอง...เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า...ถ้าเราต้องดูแลเด็กที่ไม่เอาอ่าวแบบตัวเราซักคนเช่นนี้..เราจะมีปัญญาทำได้เฉกเช่นครูท่านนั้นหรือไม่???..แล้วครูบางคนที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเช่นไรบ้าง..ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง...ผมจำได้ว่าบางวันพ่อต้องเข้าทำงานแต่เช้า มาส่งเราที่หน้าประตูโรงเรียนก่อน 7 โมง ท่านก็มายืนรอรับนักเรียนแล้ว...นอกจากนั้นที่จำได้แม่นคือ..ชุดคุณครูจะเป็นประมาณว่าเสื้อสีขาวแขนเสื้อออกพองนิด ๆ คอเสื้อมีโบว์เล็ก ๆ ผูกไว้น่ารัก ครูที่เห็นแทบทุกคนจะแต่งแบบเดียวกันทั้งนั้น..ไม่มีสีสันให้เห็นเป็นสีลูกกวาดเหมือนครูปัจจุบัน....ทุกวันนี้ก็ยังจำชื่อของท่านไม่ได้ เพียงแค่อยากบอกว่า..วันนั้นถ้าไม่มีครูท่านนั้น..ก็ไม่มีเราในวันนี้แน่นอน..คงคิดจะใช้อำนาจบาดใหญ่ข่มเหงเค้าไปทั่ว....ถ้าพ่อตามใจเรา..ก็คงได้เสียผู้เสียคนเป็นแน่แท้...อยากบอกว่า..การที่มีครูโดยพ่อเป็นครูคนแรก...แล้วมีครูที่โรงเรียนเป็นคนที่สอง...ทำให้เราได้มีทางเดินชีวิตที่ไม่หลงทาง...ถึงแม้ว่ากว่าจะรู้ว่าตนเองจะเป็นอะไรในอนาคตที่ค่อนข้างช้าไปหน่อยแต่อย่าลืมว่า..การเรียนไม่เคยสายสำหรับผู้เริ่มต้นเสมอ...หากถามว่า..แล้วครูท่านั้นให้อะไรเรามั่ง...ก็ตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า ท่าทำให้เราไม่โง่...ไม่เอาเปรียบชาวบ้าน...ไม่เห็นแก่ตัว...ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง....ให้รู้จักเกรงใจผู้อื่น...และให้เรารูจักรับผิดชอบ..มีวินัยมากขึ้น..เรื่องท่องสูตรคูรแค่นี้สอนเราได้ตั้งเยอะ..แล้วทำไมเด็กบางคยในสมัยนี้ถึงได้เปราะบางกันนักหนา...ครูตีหน่อยนึงก็โกรธ..ไปฟ้องพ่อแม่...ผูปกครองก็บ้าจี้...เล่นตามบทที่ลูกบอก...ที่โรงเรียนผมเห็นเด็กหลายคนแล้วท่พ่อแม่บ้าจี้..เล่นตามบทงี่เง่าของลูก...ท้ายสุด ครูที่ดีตั้งใจสั่งสอน..ก็เลยนิ่ง..ลูกไม่เข้าเรียนเค้าก็นิ่ง...ลูกไม่สอบ เค้าก็นิ่ง...ลูกไม่ส่งงาน..เค้าก็นิ่ง...อย่าไปโกรธครูนะครับ..เพราะ พ่อแม่บอกครูท่านนั้นว่า "ลูกของผม ผมดูแลได้..ครูไม่ต้องยุ่ง..มีหน้าที่สอนก็สอนไป..." เจอพ่อแม่ปัญญานิ่มแบบนี้ ถามว่าใครเจ็บล่ะ...ก็ลูกตนเองไง..ครูท่านึงต้องสอนต้องดูแลเด็ก...เกือบ 50 คน...ครูไม่สามารถทิ้งเด็กเกือบทั้งห้องเพื่อไปตามลูกคุณเพียงคนเดียวได้หรอกครับ....
ใครอ่านบทความนี้แล้ว..คงเข้าใจหัวอกคนเป็นครูด้วยจิตวิญาณจริง ๆ มั่งนะครับ...
ท้ายสุดนี้ขอยกมือวันทาบูชาครู กตัญญูกตเวทิตา....บูรพคณาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรูให้ผมได้มีอาชีพที่ทรงเกี่ยรติจนถึงทุกวันนี้...และจะนำสิ่งที่ท่านได้สอนสั่ง อบรมมา นำไปส่งต่อกับศิษย์รุ่นหลังจากนี้ให้เป็นคลื่นลูกใหม่ที่แรงและยิ่งใหญ่กว่าเดิมร้อยเท่า พันเท่า เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้นำความรู้ความสามารถและความสัตย์ซื่อ ไปสร้างชาติให้เจริญสถาพรตลอดไปและพร้อมทั้งปกปักรักษาสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย สืบไป เหมือนรุ่นผมที่ได้รับภาระที่วิเศษสุดสี้มาแล้วเช่นกัน....แล้ววันไหนว่างจะมาเขียนต่อเรื่องไปฝึกสอนที่โรงเรียนบ้านไผ่ กับโรงเรียนเทพศิรินทร์...ให้อ่านกันต่อไปว่า เด็กที่บ้านไผ่ กับเด็กในกรุงมีความคิดเรื่องการศึกษาเช่นไรบ้าง...อีกอย่างนึงที่อยากเขียนเป็นซีรี่ย์ คือ "ของขวัญวันครู" บางเรื่องเขียนเก็บไว้นับ 30 ปีแล้ว...