ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันอาทิตย์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓

วัน..ขอบคุณ..ครู...

มีบางคนกล่าวว่า "ครู" คือผู้อบรมสั่งสอน ผู้มีสติปัญญา ผู้สร้างสรรค์และนักพัฒนาทรัพยากร...แต่ที่ชอบมาก ๆ คือ "ครู" คือวิศวกรมนุษย์ ที่รังสรรค์ปั้นแต่ง วางแผนการสร้างคน ๆนึงให้เป็นตามที่ครูได้เล็งเห็นแล้ว่า คนๆนั้นเหมะสมที่จะเป็นอะไร...ตามศักยภาพของเขานั่นเอง...เมื่อวันครูมาถึง ผมไปร่วมกิจกรรมวันครูแล้วก็นึกย้อนไปเมื่ออยู่ชั้น ป.2 ก็คงประมาณ พ.ศ. 2509 มั้ง จำได้แม่เลยว่า ตอนเย็นจะกลับบ้าน...คูประจำชั้นให้ท่องสูตรคูณ ใครท่องไม่ได้ครูขู่ว่าจะมไปล่อยกลับบ้าน..จริง ๆ แล้วท่านก็บอกมาตั้งหลายวันแล้ว...ด้วยความที่เราไม่เอาอ่าว...ก็เลยไมสนใจ..และเมื่อวันนั้นมาถึง...กลายเป็นว่าเหลือเราคนเดียวที่ยังไม่ได้กลับบ้าน...ทุกทีพ่อจะมขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่เสียงดัง ๆ ..จนแทบไม่อยากให้พ่อมารับเลย...(มารู้เมื่อตอนอยู่ ป.4 ว่ามันคือรถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อ MZ พ่อมี 2 คัน อีกคันก็มารู้ทีหลังว่าเป็นยี่ห้อ BMW แบบสองสูบ ตอนเป็นเด็กโคตรอาย ตอนนี้โคตรเสียดาย ฮือๆๆๆ...) มารับตอนหลังเลิกงานประมาณ 4 โมงเกือบ ๆ 5 โมง วันนี้ 5 โมงกว่าก็ยังไม่มา... ไอ้เราก็กะว่า...พ่อมาเมื่อไร คงเลิกกลับบ้านได้ทันที่(กะใช้เส้นไง...คิดดีตั้งแต่เด็กเลยเนอะ...) พอใกล้ 6 โมง เริ่มหิวข้าวอย่างแรง บอกครูว่า "คุณครูครับ...คุณครูไม่กลับบ้านเหรอครับจะมืดแล้ว...ครูตอบชัดเจนว่า...หนูท่องสูตรคูณไม่ได้ครูก็ยังไม่กลับ...แล้วอีกอย่าพ่อของหนูก็ยังไม่มารับ..." (เป็นไก่หงอยเลยเรา...) สักครู่ก็ได้ยินเสียงครางแบบหนวกหูชาวบ้าน บรึ้นๆๆ...มาแล้วๆๆ(นึกในใจว่าได้กลับซักทีรอดตายไม่ต้องท่องสูตรคูณ เย้ๆๆ)...พอพ่อมาถึงห้อง ครูก็รีบรายงานว่าลูกของคุณ......".."..".."โอ้โห....คุณครูท่านแทบไม่หายใจเลย...เราก็รอลุ้นว่าพ่อจะว่ายังไง(ได้กลับชัวร์)...พ่อตอบชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่เป็นไรครับ...ผมรอได้...ลูกผมทำได้เมื่อไรค่อยกลับ...."(โอ้ย...อยากร้องเป็นภาษวาตูลูเลยอ่ะ...)กะว่าใช้เส้นของพ่อที่เป้นราชการทหารยศนายร้อยซักกะหน่อย...อดจ้อย... ครูยิ้มแบบผู้ชนะแล้วหันมาบอกว่า "เอาละ...คุณพ่ออนุญาตแล้ว ..เรามาท่องสูตรคูณต่อดีกว่านะจ๊ะ..." แค่นั้นแหละ...เป็นสูตรคูณที่แสนเศร้าในชีวิต..ท่องทั้งคราบน้ำตา...ฮือๆๆๆ..กว่าจะได้กลับบ้านเกือบ 3 ทุ่ม..จำไม่ลืมๆๆ...(นึกโกรธอยู่ในใจ...เคยคิดว่าแล้วครูไม่ห่วงคนที่บ้านหรือไงน้อ...หลังจากนั้นท่านก็กลับบ้านเราก็นั่งรถร้องไห้แข่งกับเสียงคำรามของเจ้าMZ ตัวเก่งของพ่อ...)
จากวันั้นถึงวันนี้..มานั่งย้อนคิดถึงวันเก่า ๆทีไร ทำให้คิดได้ว่า ในโลกนี้ยังมีครูดี ๆ เช่นนั้นอยู่จริง...แล้วบัดนี้ เราก็มายืนตรงจุดที่ครูท่านนั้นเคยทำให้เราร้องไห้...โดยที่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าท่านต้องการสอนสั่งอะไรเรา..ท่านเพียงทำหน้าที่ของครูที่เป็นครูด้วยจิตวิญญาณเท่านั้นเอง...เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า...ถ้าเราต้องดูแลเด็กที่ไม่เอาอ่าวแบบตัวเราซักคนเช่นนี้..เราจะมีปัญญาทำได้เฉกเช่นครูท่านนั้นหรือไม่???..แล้วครูบางคนที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้เป็นเช่นไรบ้าง..ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง...ผมจำได้ว่าบางวันพ่อต้องเข้าทำงานแต่เช้า มาส่งเราที่หน้าประตูโรงเรียนก่อน 7 โมง ท่านก็มายืนรอรับนักเรียนแล้ว...นอกจากนั้นที่จำได้แม่นคือ..ชุดคุณครูจะเป็นประมาณว่าเสื้อสีขาวแขนเสื้อออกพองนิด ๆ คอเสื้อมีโบว์เล็ก ๆ ผูกไว้น่ารัก ครูที่เห็นแทบทุกคนจะแต่งแบบเดียวกันทั้งนั้น..ไม่มีสีสันให้เห็นเป็นสีลูกกวาดเหมือนครูปัจจุบัน....ทุกวันนี้ก็ยังจำชื่อของท่านไม่ได้ เพียงแค่อยากบอกว่า..วันนั้นถ้าไม่มีครูท่านนั้น..ก็ไม่มีเราในวันนี้แน่นอน..คงคิดจะใช้อำนาจบาดใหญ่ข่มเหงเค้าไปทั่ว....ถ้าพ่อตามใจเรา..ก็คงได้เสียผู้เสียคนเป็นแน่แท้...อยากบอกว่า..การที่มีครูโดยพ่อเป็นครูคนแรก...แล้วมีครูที่โรงเรียนเป็นคนที่สอง...ทำให้เราได้มีทางเดินชีวิตที่ไม่หลงทาง...ถึงแม้ว่ากว่าจะรู้ว่าตนเองจะเป็นอะไรในอนาคตที่ค่อนข้างช้าไปหน่อยแต่อย่าลืมว่า..การเรียนไม่เคยสายสำหรับผู้เริ่มต้นเสมอ...หากถามว่า..แล้วครูท่านั้นให้อะไรเรามั่ง...ก็ตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า ท่าทำให้เราไม่โง่...ไม่เอาเปรียบชาวบ้าน...ไม่เห็นแก่ตัว...ไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง....ให้รู้จักเกรงใจผู้อื่น...และให้เรารูจักรับผิดชอบ..มีวินัยมากขึ้น..เรื่องท่องสูตรคูรแค่นี้สอนเราได้ตั้งเยอะ..แล้วทำไมเด็กบางคยในสมัยนี้ถึงได้เปราะบางกันนักหนา...ครูตีหน่อยนึงก็โกรธ..ไปฟ้องพ่อแม่...ผูปกครองก็บ้าจี้...เล่นตามบทที่ลูกบอก...ที่โรงเรียนผมเห็นเด็กหลายคนแล้วท่พ่อแม่บ้าจี้..เล่นตามบทงี่เง่าของลูก...ท้ายสุด ครูที่ดีตั้งใจสั่งสอน..ก็เลยนิ่ง..ลูกไม่เข้าเรียนเค้าก็นิ่ง...ลูกไม่สอบ เค้าก็นิ่ง...ลูกไม่ส่งงาน..เค้าก็นิ่ง...อย่าไปโกรธครูนะครับ..เพราะ พ่อแม่บอกครูท่านนั้นว่า "ลูกของผม ผมดูแลได้..ครูไม่ต้องยุ่ง..มีหน้าที่สอนก็สอนไป..." เจอพ่อแม่ปัญญานิ่มแบบนี้ ถามว่าใครเจ็บล่ะ...ก็ลูกตนเองไง..ครูท่านึงต้องสอนต้องดูแลเด็ก...เกือบ 50 คน...ครูไม่สามารถทิ้งเด็กเกือบทั้งห้องเพื่อไปตามลูกคุณเพียงคนเดียวได้หรอกครับ....
ใครอ่านบทความนี้แล้ว..คงเข้าใจหัวอกคนเป็นครูด้วยจิตวิญาณจริง ๆ มั่งนะครับ...
ท้ายสุดนี้ขอยกมือวันทาบูชาครู กตัญญูกตเวทิตา....บูรพคณาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรูให้ผมได้มีอาชีพที่ทรงเกี่ยรติจนถึงทุกวันนี้...และจะนำสิ่งที่ท่านได้สอนสั่ง อบรมมา นำไปส่งต่อกับศิษย์รุ่นหลังจากนี้ให้เป็นคลื่นลูกใหม่ที่แรงและยิ่งใหญ่กว่าเดิมร้อยเท่า พันเท่า เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้นำความรู้ความสามารถและความสัตย์ซื่อ ไปสร้างชาติให้เจริญสถาพรตลอดไปและพร้อมทั้งปกปักรักษาสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย สืบไป เหมือนรุ่นผมที่ได้รับภาระที่วิเศษสุดสี้มาแล้วเช่นกัน....แล้ววันไหนว่างจะมาเขียนต่อเรื่องไปฝึกสอนที่โรงเรียนบ้านไผ่ กับโรงเรียนเทพศิรินทร์...ให้อ่านกันต่อไปว่า เด็กที่บ้านไผ่ กับเด็กในกรุงมีความคิดเรื่องการศึกษาเช่นไรบ้าง...อีกอย่างนึงที่อยากเขียนเป็นซีรี่ย์ คือ "ของขวัญวันครู" บางเรื่องเขียนเก็บไว้นับ 30 ปีแล้ว...

ไม่มีความคิดเห็น: