ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

มะชิ มะชิ มะชิ....!!!




จ้างก็เดาไม่ถูกว่าชื่ออะไร...ภาษาอะไร..???...จริง ๆ แล้ว เป็นเด็กหญิงตัวเล็กที่ใครเห็นก็คงต้องถามว่า..ใช่เร้อ??? จิงป่ะ??? ใช่มั้ยน้า????....เค้าเป็นเด็กหญิงตัวเล็กแต่ตัวโต...พอได้..(สมองครับ สมอง+วิธีคิดและการถาม...)เป็นเด็กในที่ปรึกษาของพ้มเองแหละ....ตอนเข้ามา ม.1 ...ตัวดำยังกะพวกอพยพเลย...555 เรื่องจริง ๆ พอได้พูดได้คุยด้วยจึงรู้ว่า..มัน บ่ แม่น ตามที่เราคิดซะแร้ว...ถามข้อมูลจากผู้ใกล้ชิด(เพื่อน ๆ น่ะแหละ)ได้ความว่า....ตอนเด็กโน่น ไปอยู่เยอรมันโน่น..หลายคนเลยเรียกว่าเด็กเยอรมัน....แรก ๆ ยังไม่เห็นแววหรอก เหมือนผิวน่ะแหละ....ดำมืดหมดเลย...พอเริ่มสอบกลางภาคและกลางปี...เริ่มเห็นเลยว่า...บางวิชา แกTopไปแล้ว....ยิ่งภาอังกฤษ นี่ พี่แกแปลให้เพื่อนฟังเลยว่าครูฝรั่งเค้าพูดถึงเรื่องอะไรมั่ง....เสร็จแล้วพี่แกก็เริ่มเบื่อ..แล้วก็คิดว่า อารายฟะเรื่องแค่นี่ก็ไม่รู้เรื่อง???.....เวลาว่างพี่แกก็วิ่งแจ้นเข้าห้องโยฯ จนเพื่อนเรียกว่าคุณโยเย....ไปแอบดูเวลาซ้อมโยฯ...พี่แกค่อนข้างเอาเป็นเอาตายอยู่คนเดียว...พี่ที่มาติวเตอร์ให้เสร็จปุ๊บ...หนูมะชิก็ลุยเลย...เวลาว่างเมื่อไร วิ่งเข่าห้องโยตลอด..จนเพื่อน ๆ เริ่มเอือมกับพฤติกรรมแปลก ๆ ...อย่าเพิ่งถามอีกนะครับว่าเขียนอารายฟะ...ใกล้แล้ว...หนูมะชิ..ทำพฤติกรรมแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ...พูดถึงตอนเรียนมั่ง...หากเรียนรู้เรื่องแล้วพี่แกก็เริ่มออกอาการเซ็งประมาณว่าแกเรียนรู้เร็วอ่ะ...แล้วก็ค่อนข้างติดนิสัยที่ถูกฝึกมาว่า ไม่เข้าใจให้ถาม...หนูมะชิแกถามแหลกเลย...พอตอบไม่ตรงแกก็จะถามต่อไปอีกว่าเออ..แบบว่าที่หนูอ่านมา...เสิร์ชมา..มันเป็นแบบนี้ แบบนั้น อ่ะ...เอาละซี...ครูคนไหนสอนแล้วไม่เตรียมตัวมา..หลุดตลอด..บางคนเจอถามบ่อย ๆ เข้า(ถามหาความจริงอ่ะ..)ออกทะเลก็มี...



อยู่มาวันนึง ครูที่สนิทกันก็บอกว่าช่วยดูเด็กคนนี้ให้หน่อยนะ เพราะบางทีเวลาพูดไม่ค่อยมีหางเสียง(เราเลยงง ว่าจะเอาหางแบบไหน??)ก็ค่อย ๆ ตะล่อมชวนคุย ชวนพูดเรื่องที่เค้าอยากรู้และสนใจ...ดันอยากรู้ซะทุกเรื่องตั้งแต่ไม้จิ้มแข้วยันเรือดำน้ำเลย...เอาละซี..ชักมัน ๆ ....เลยคุยกันทุกเย็นหลังเลิกเรียนเพราะเราก็พวก 6 สลึง เกินบาทเหมือนกันนี่หว่า...ทุกวันนี้เลยคุยกันได้ทุกเรื่องแล้วก็หาเรื่องใหม่ ๆ มาคุนกันอย่างหนุกหนาน เช่น หนูมะชิถามว่า....ทำไมเด็กไทยเราบางคน ต้องรอให้ครูสอนก่อนถึงจะค่อยทำควมเข้าใจในเนื้อหา??เราก็คิดว่า ทุกวันนี้มันก็น่าจะเป็นอย่างงี้นี่นา??...เลยถามย้อนกลับแบบ Backward Design ซะเรย..ว่าแล้วหนูทำยังไงล่ะ...เค้าตอบว่า..ไม่เห็นยากเลย..เนื้อหาก็มีในจุดประสงค์แล้ว...หนังสือก็มี...อ่านมาก่อนก็ได้..อันไหนไม่รู้เรื่องกลองSearch ดู หากไม่ได้จริง ๆ ก็ค่อยมาถามอีกที...เออ..คุณหนูกายสิทธิ์....แล้วก็วันใดเจอกันก็จะมีคำว่า ทำไม.....???ๆๆๆ หลาย ๆ คำถาม ฟังจนชินแล้วเราก็เริ่มแข่งขันหาข้อมูลมาตอบ พอตอบได้ก็ชักสนุก...เออเราก็มีความรูครอบจักรวาลเหมือนกันนี่หว่า...บางวันไม่มีอะไรทำก็มาเล่าเรื่องที่แกสนใจให้ฟังเช่น เรื่องของวาทยากร บัณฑิต อึ้งรังษี....ว่าเค้าเป้นมายังไงถึงประสบความสำเร็จ...โห...รู้ดียังกะครูท่านให้ไปทำรายงานมาเลย..ถามว่าทำไมรู้มากจัง เค้าบอกว่าถูกฝึกมายังงี้อ่ะ...มันเลยชิน..ขอบคุณรัฐบาลเยอรมันด้วยนะครับที่ฝึกลูกหลานไทยให้มีอาวุธทางปัญญาเพิ่มอีก 1 คน...



แล้วก็มาถึงสอบปลายภาค...พี่แกทำได้ก็ทำ..ทำไม่ได้ก็ออกมาหานั่งอ่านวิชาอื่นแบบทบทวนเล็ก ๆ น้อย ๆ ...ผลสอบปลายปีออกมา หนูมะชิ มะชิ ได้ 4.00 ความจริงที่น่าเป็นแบบอย่างของเด็กหลาย ๆ คนคือไคลแม็กซ์เรื่องนี้เห็นอย่างชัดเจนได้แก่ 1. หนูมะชิไม่เรียนกวดวิชาหรือเรียนพิเศษเลย 2. ใช้เวลาว่างคุ้มค่ามาก ว่างเป็นเข้าห้องโยฯ...เค้าบอกว่า...ที่โน่นฝึกให้ใช้เวลาว่างอย่างคุ่มค่า..แล้วแกก็เลือกดนตรีเพราะไม่ต้องมานั่งเกร็งให้เครียด... 3. ไม่รู้ก็ถาม..เหมือนเด็กฝรั่งที่เห็นบ่อย ๆ เลย...ไม่มีอาย..แกบอกว่าทำไมต้องอายในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด...ที่น่าอายมากกว่านี้เช่น...ทำผิดกฎหมาย / ขี่มอไซต์ย้อนศร / นั่งซ้อมสาม / ไม่สวมหมวกนิรภัย / หนีเที่ยวกลางคืน / กลับบ้านค่ำมืดรอแฟน / โดดรั้วโรงเรียนหนีต่อหน้าผู้คน..อีกเยอะแยะ..น่าจะอายกลับไม่อาย...ฟังแล้วเป็นไงครับ..วิธีคิดนี่มันสำคัญจริง ๆ นะครับ...อ่านจบแล้วคิดว่าผมโชคดีหรือเปล่าเนี่ย???(ประมาณว่า 28 คน เป็นเด็กgeek 28 คนอ่ะนะ...รวมครูที่ปรึกษาด้วย...โคตรgeekเเลยมั้ง???)



ยังมีอีกนะครับ..แล้วจะเอาเรื่องเด็กในที่ปรึกษาแต่ละคนมาเล่าให้อ่านกัน...ใครมีเด็กเก่งกว่านี้ไม่ต้องอ่านครับ..แต่ใครที่ต้องการวิธีคิดอ่านแล้วอยากรู้ว่าเด็กเหล่านี้เค้าทำแบบนั้นได้ยังไงต้องตามอ่านต่อหลายตอนจบเลยครับ..ห้องของผมมี 28 คน 28 สไตล์ครับ...ขอบคุณพ่อ - แม่ เด็กเหล่านี้ที่เลี้ยงลูกได้บรรเจิด....มีเรื่องให้น่าศึกษาติดตาม...เออ...ลืมบอกไปนิดนึง....พอเปิดเทอม 1 / 2552 โรงเรียนเค้ามีการมอบใบประกาศให้นักเรียนที่มีผลกาเรียนติด Top - Ten ของแต่ละระดับชั้น...กลายเป็นว่าหนูมะชิและเด็กห้องพ้มดันเรียนอีท่าไหนไม่รู้ติดไป 6 คน ....ทั้งสายชั้น (14ห้อง) เออ สะใจดีจัง ห้องผมมีตัวแสบอยะมาก..(ไม่ใช่เป็นพริกหรือหมามุ่ยนะครับ..*-แล้วจะเขียนให้อ่าน...)เพราะครูหลายท่าน ทั้งบ่น ทั้ง....ว่าหากไม่ตั้งใจเรียนละก็ไม่มีทางได้เกรดดีแน่นอน...(นึกในใจว่าเรียนเอาเกรดดี ๆ ไปแล้วไม่มีทักษะชีวิต..เอาตัวรอดไม่ได้..สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียนแล้วไปประชดชีวิตฆ่าตัวตายเพราะไม่สมหวังในการเอ็นทรานซ์...แบบนี้ไม่เอาดีก่า...บาย..)



วันพุธที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แด่ เมียเสี่ยดำผู้จากไป...




หากใครเข้ามาอ่านก็อย่าเพิ่งว่าบ้านะครับ...ที่เขียนถึงหนู้แฮมเสตอร์พันธ์ Normal....มันเริ่มต้นจากความรู้สึกเฉย ๆ ที่อยู่ ๆ ลูกชายก็เอาหนูมาให้เลี้ยง...หลังจากนั้นเราก็เริ่มเลี้ยง..เร่มเสาะหาข้อมูลวิธีการเลี้ยง..การดูแล...สุดท้ายก็รักสัตว์โลกสายพันธุ์นี้...เลี้ยงมา 5-6 เดือนแล้วมั้ง..คุยกับเค้าทุกวัน...เพราะในเว็บเค้าบอกว่า...เล่นกับหนู...แล้วเค้าจะคุ้นเคยกับคน..เมื่อถึงเวลาก็จะมายืนรอที่กรงแล้วยกสองขาหน้าขึ้น...เหมือนจะสวัสดี หรืออยากบอกเราว่า..อยากออกมาเล่นด้วย..พอเราเปิดกรงแล้วเอามือมารองไว้..เค้าก็จะออกมาเล่น..ดูแล้วก็มีความสุขดีครับ...จนกระทั่งวันี้..
เข้าเรื่องเลยละกัน...หนูของลูกชายผมมาฝากเลี้ยง ชื่อเมียเสี่ยดำ...เพราะตัวผู้เราเรียกว่าเสี่ยดำ สาเหตุคงเพราะชอบไล่ปล้ำเด็กมั้ง...วันนี้ไปร่วมงานถวายพระพร...ก่อนออกบ้านก็ไปบอกพวกเค้าว่า...นายเสี่ยดำ..ดูแลเมียให้ดีนะ...แล้วจะกลับมาเล่นด้วย...ผมกลับมาบ้านประมาณเกือบ 2 ทุ่ม เดินไปหาที่กรง เห็นเมียเสี่ยดำขาขัดกับตะแกรงชั้นสองที่วางบ้านหลังเล็ก..นอนนิ่งเลย..รีบเปิดกรงเอาลงมาปรากฏว่าตายแล้ว ตัวอยังนิ่มอยู่เลย..พยายามเป่าปากแล้วก็นวดที่ทรวงอก...แล้วภวนาว่า ตื่นเถอะลูก..ตื่นเถอะ...มาเล่นกันต่อ...พลิกกลับไปกลับมา ตัวนิ่งไม่ไหวติง...ผมน้ำตาซึมรีบไปบอกแม่บ้านว่า เมียเสี่ยดำตายแล้ว...เราเลยน้ำตาซึมทั้งคู่..สุดท้ายเลยบอกกับเสี่ยดำว่า..ชาตินี้คงไม่ต้องมีเมียแล้ว...ดูแลเค้าได้แค่นี้แหละ..แล้วผมก็เลยนำร่างเมียเสี่ยดำไปฝังที่ต้นไม้ในบ้าน(กระถางใหญ่)อธิษฐานบอกว่า จะทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้นะ..แล้วเกิดชาติหน้าขอให้มาเป็นเมีเสี่ยดำอีกทีก็แล้วกัน...เล่ามาซะยาว..อยากบอกท่านที่เลี้ยงแล้วมีกรง 2 ชั้น และพื้นเป็นตะแกรง ต้องระวังให้มากนะครับ...เพราะขาติดแล้วจะเสียใจเช่นครอบครัวผม...ตอนนี้นังไม่ได้โทรบอกลูกชายเลย...คงได้น้ำตาซึมกันทั้งบ้านอีกรอบแน่เลย...(ขอยืมรูปมาให้ดูว่าตัวแบบนี้แหละครับ..ฮือ ๆ ๆ สงสารครับ)

วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ครูไทยในสายตาใครบางคน??

ผมมีโอกาสได้พบเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัย ณ นามศุภ มาด้วยกัน เดี๋ยวนี้กลายเป็นมาบุญครองไปแล้ว...ดีใจครับ ก็ได้คุยแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุก ดิบ ตอนี้พี่เค้าเป็นรอง ผอ.ประมาณผู้ช่วยฝ่ายปกครองน่ะแหละ...กำลังทำผลงานอยู่ (ไม่รู้ใครมาเปลี่ยนคำว่า อาจารย์ 3 เป็น คศ.3 เรียกไม่คุ้นเล้ยจริง ๆ ) ก็ขอให้สมหวังโดยเร็วครับ...(ตัวผมจะรอทำอาจารย์บ้า ดีกว่าเยอะเลย) ก็ได้คุยเรื่องที่แกจะทำ ว่าด้วยการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับระเบียบวินัยของนักเรียนในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เราก็นั่งฟังไปมีแย้งในใจนิด ๆ ว่า ...เด็กสมัยนี้น่ะ...รุ่นตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาชื่อ...ขี้เกียจจำ....(ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด...)สั่งห้ามตีเด็ก พ่อเจ้าประคุณก็เลยสำแดงเดชรวมถึงผู้ปกครองด้วย....นิดหน่อยก็ฟ้องศาลปกครอง...ตอนนี้พี่แกก็ดูท่าจะปวดหัวไม่เบา..เพราะบอกว่าจะเข้าค่ายคุณธรรม ..ตัวพ่อที่เป็นผูปกครองก็รีบขออนุญาตแจ้งเหตุผลร้อยแปดพันเก้า...พอไม่อนุญาต ก็เรียกร้องสิทธิ...เฮ้อ..ทำไมชอจังเล้ยไอ้เรื่องสิทธิเนี่ย..รู้ดีกันจัง..แต่ไม่ยักจะรู้หน้าที่เนอะ....พอลูกตัวเองไม่เข้าบ้านก็โทษครู...ว่าไปพูดอะไรให้ลูกตนเองเสียหายหรือเปล่า? เด็กเลยไม่กล้าเข้าบ้าน พาลไม่มาโรงเรียนอีกต่างหาก...ตัวผู้ปกครองก็แปลกแต่จริง...ลูกขอไปทำงาน..หาว่าโกหก...ส่งงานไม่ทัน..ครูหักคะแนน...แต่พอลูกรวมหัวกันโกหก..ดันเชื่อสนิท.....ขนาดที่ว่าปลอมหนังสือจากโรงเรียนออกตราครุฑกันเห็น ๆ เลย...ไม่ยักโทรมาถามครูที่ปรึกษาวักกะคำ...พอครูโทรตาม..โดนผู้ปกครองว่าอีกว่า..ทำไมปล่อยให้นักรเยนปลอมหลักฐานทางราชการได้...พระเจ้า...ยอดผู้ปกครองจริง ๆ .... 5 5 5ฟังแล้วนึกในใจว่า...พี่ เค้าจะรอดมั้ยน้อ?...นี่แค่เรื่องไกลตัวไม่เท่าไรเลย...

วันต่อมา ..ไปหาซื้อหนังสือเรื่องเทคนิควิธีสอน....อยากแค่ลองมาอ่านดูว่าปัจจุบันนี้การศึกษาไทยไปถึงไหนแล้ว....ส่วนใหญ่ก็เทคนิคเดิม ๆ ที่ยังใช้ได้ผลดี..อย่างนี้หละมั้งสมัยก่อนถึงเรียกว่านวัตกรรม...ปัจจุบันคำฮิตเป็น Innovation ไปซะแล้ว...กลับมานั่งย้อนถึงคนที่คิดปรัชญาทางการศึกษา ส่วนใหญ่มีแต่ฝรั่ง...แล้วเค้าก็พิสูจน์ได้จริงว่าทำแล้วดีตามนั้น..แล้วทำไมการศึกษาไทยถึงไม่ไปไหนซักที...แบบว่า งงอ่ะ?....เคยคิดจะเขียนบทความรวมเรื่องสั้นใช้ชื่อว่า "แบบว่า..งง..อ่ะ?" ก็เอาเรื่องใกล้ตัวนี่แหละมีให้ดูให้ศึกษาทุกวัน..ตั้งแต่เข้าโรงเรียนยันกลับบ้าน....เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาทั้งนั้น....มีทั้งดี ไม่ดี แล้วแต่จะเก็บมุมไหนมาเล่าสู่กันฟัง....ก็เอาเป็นว่า อยากเมื่อไรจะเขียนให้อ่านละกัน..เยอะจริง ๆ ตั้งแต่เป็นครูมา จนถึงทุกวันนี้...ทั้งเรื่องตนเอง เรื่องเพื่อนครูเรื่องนักเรียน เรื่องผู้ปกครอง โอ๊ย....108 -1009 เลย รับรองว่าจริงทั้งนั้น...แต่คงต้องปรับเปลี่ยนบ้างตามสถานการณ์และความปลอดภัยในการจะโดนฟ้อง....ก็คงเหมือนเขียนบทหนังละมั้ง...จะลองดูครับ....จริง ๆ เคยเขียนไว้เป็น 10 กว่าเรื่องแล้ว แต่ดันหา file ต้นฉบับ บ่ เจอ จะพยายามครับ...

วันต่อมาดูสารคดีโลก 360 องศา เรื่องของชาวยิว....ก็เลยอยากรู้อีกแหละว่า จริงหรือไม่ที่คนยิวมีสมองอัจฉริยะที่พระเจ้าประธานมาใต้งแต่ดึกดำบรรพ์ ก็เลยค้นดูในเน็ต...http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20071030072932AAhGWJ0 มีหลายสายครับที่ให้ความรู มีทั้งจริง ไม่จริง...แต่ที่น่าสนใจก็คือ เค้าบอกว่า ชาวยิว มีลักษณ์เด่น คือ พันธุ์กรรมดี มีสมองเป็นเลิศ เเละขยันอดทน ยิวเป็นชาติที่ต้องสาปในเรื่องของพื้นที่..เรื่องของการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ....เทียบกับไทยต่างกันฟ้ากับเหว....ไอ้ตรงนี้แหละที่ทำให้ปัจจุบัน....ยิวเป็นฟ้า..ไทยเป็นเหว....เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ยิว ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเกิดกับการจัดการศึกษามาก ๆ ๆ ๆ เพราะมีผูรู้กล่าวว่า..เมื่อยุคฟองสบู่แตก (ประมาณ พ.ศ. 2540) เป็นต้นมา ครูยิวกับครูไทย ไม่แตกต่าง...ได้เงินเดือนน้อย สอนเยอะ...สวัสดิการน้อย...ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ...มีคนที่เป็นระดับอัจฉริยะมาเป็นครูน้อยมาก...การศึกษาของยิวจึงตกต่ำ...หลังจากนั้นไม่กี่ปี..รัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามีความซื่อสัตย์มาก ๆ (จริง ๆ แล้ว คนคอรัป..ก็มีมั้ง เนอะ...)เค้าประกาศเป็นนโยบายชาติในการปฏิรูปการศึกษา ก็คงใกล้ ๆ กับเราเมื่อปี พ.ศ. 2542 นั่นหละมั้ง...ถัดมาอีก 10 ปี ทุกวันนี้การศึกษาของยิวมีความเจริญก้าวหน้าจนแทบจะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมมันสมองระดับเทพ ของโลกเลยมั้ง...IQ เฉลี่ยก็สูงกว่าพี่ไทยตั้งเยอะ...คนมีการศึกษาร้อยละ 95 ของประชากรทั้งประเทศ....มีคนประมาณ 6 ล้านมั้ง...เหตุผลง่าย ๆ อีกน่ะแหละ..เค้าวางรากฐานระบบครอบครัวมาอย่างเข้ามแข็ง....พ่อ แม่ มีความซื่อสัตย์ตอครอบครับ ต่อแผ่นดินเกิด..ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนชาติ....สอนความรับผิดชอบ สอนวินัยให้ลูกตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน....และที่น่าสนใจก็คือ...โรงเรียนเล็กในชนบทและโรงเรียนขนาดใหญ่มนเมืองหลวง..รัฐจะจัดการศึกษาให้มีความแตกต่างกันน้อยที่สุด....เช่น เมืองใหญ่มี Lab โรงเรียนในชนบทก็มีเช่นกัน...โรงเรียนใหญ่มีครูที่เป้นแม่เหล็ก...โรงเรียนเล็กก็จะถูกดูแลเอาใจใส่...เพื่อมิให้นักเรียนไหลเข้ามาสู่เมืองใหญ่....ก็เลยมาคิดเล่น ๆ ว่า...ถ้ารัฐบาลไทยจัดการศึกษาโดยเอาครูแม่เหล็กจากเตรียมอุดม มาสอนโรงเรียนบ้านนอกมั่ง ก็น่าจะยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น....และยังสมารถแก้ปัญหาคนไหลเข้าสู่เมืองใหญ่ได้อีกด้วย...เออ..คิดได้แต่คงทำไม่ได้มั้ง???ถ้ายังไม่เป็นชาติใหญ่กว่าตนเองอ่ะเนอะ...ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมบางโรงเรียนมีครูอาจารย์3 ครู คศ.3 เกินครึ่งค่อนโรงเรียน เด็กไทยดังกล่าวก็ยัง ย่ำเท้าอยู๋กับที่ (ซ้าย - ขวา-ซ้าย ๆ ๆ ๆ ) โทษใครก็คงไม่ได้..เพราะมัน "ตถตา" นั่นเอง.....ไม่อิจฉายิวเลยแม้แต่น้อย....สักวันไทยเราจะก้าวแซงได้แน่นอน...เอาใจช่วยคนไทยทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินไทย....บางครั้งก็เคยคิดอยากให้บางเรื่องเป็นเหมือนยิวคงดีเหมือนกัน เช่น เยาวชนเมื่ออายุครบ 18 ปี ชายไปเป็นทหาร 3 ปี หญิงเป็น 2 ปี หลังจากนั้นปลดแล้วค่อยมาเรียนต่อ...จะได้เป็นเยาวชนที่มีวินัยมากกว่าตอนนี้...จะได้มีสมองมาคิดพัฒนาประเทศ...ดีกว่าที่จะเห็นเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยที่ชอบ กิน-เต้น - เล่น - เที่ยว สนุก ไปวัน ๆ บนความช้ำใจของบรรพบุรุษที่เอาชีวิตเข้าปกป้องรักษาผืนแผ่นดินให้รุ่นหลังได้อยู่อย่างสบาย....???...สาเหตุนึงน่าจะมาจากทำวันนี้เด็กไทยให้ความสนใจในรากเหง้าของตนเองน้อยมาก....จะมีซักกี่คนที่ถามพ่อ แม่ ว่า นามสกุลของตนเองนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร...ใครเป็นคนตั้งให้...มีความหมายหรือนัยย อย่างอื่นหรือไม่...เชื่อว่า หากเยาวชนไทยหันมาใส่ใจรากเหล้าของตนเองให้มากขึ้น ก็น่าที่จะรู้ เข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อการที่จะรัก และหวงแหนผืนแผ่นดินนี้ไว้ช่วลูกชั่วหลาน สืบไป....เออ..เข้าท่าเหมือนกัน..ไม่ได้เขียนมาตั้งนาน...พอเป็นเรื่องเป็นราวมั่ง....แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องเที่ยวจีนกะเที่ยวลาวให้จริง ๆ ซักกะที....บาย *-*