
วันที่ 6 - 7 กันยานย 2550 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสนั่งอบรมเรื่องการเขียนวิจัย 5 บท โดยวิทยากรใหญ่ ดร. จาก ม.แห่งหนึ่ง ของภาคเหนือตอนล่างเมืองสารขัณฑ์....มาให้ความรู้็ถึงถิ่น เริ่มต้นก็ไปได้สวยเหมือนใช้แก๊ส NGV พลังบริสุทธิ์ ต่อมา ๆ ชักจาไม่แน่ใจ ด้วยตัวผมเองด้อยด้วยความรู้้ไม่ถึงหรือด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบได้ ฟังไปฟังมา มีคำศัพท์ใหม่ คือ CD= Copy Development ผมพยายามใช้ความสามารถด้านภาษาทีีมีอยู้น้อยนิดคิดคำแปลก็คง แปลว่า ลอกเขามาเลย แล้วแถมอีคำว่า Shopping รวมความได้ว่า ไปเลือกสิ่งที่อยากได้จาก CD ที่วิทยากรก๊อปมาจากทุกสารทิศ แล้วก็มาตัดต่อพันธุกรรม GMO ซึ่งฟังตั้งนานก็ยังไม่ได้ยินคำว่า "อยากให้ครูดูเป็นแนวทางนะครับ อย่าไปลอกเค้าล่ะ มันไม่สมศักดิ์ศรี"อะไรประมาณนี้แหละ ไม่มีออกจากปากของท่านเลยครับ มีแต่ ซีดี ชอปปิ้ง ๆ ตลอดระยะการอบรม(แถมมีการหยุดฉายหนังกลางแปลงแล้วขายยาด้วย....ก็เอกสารประกอบไงครับ)
มันทำให้ผมเห็นสัจธรรมจากการโฆษณาช้ินนึงในโทรทัศน์ที่บอกว่า ให้เงินหนูก็ซื้อปลา ก็ได้ปลามากินแต่ถ้าสอนให้หนูรู้จักวิธีจับปลาก็ จะสามารถหาอาหารได้เองตลอดชีวิต...อ่านแล้วงงมั้ยเนี่ย....ผมคิดเอาเองนะครับ ประมาณว่า ถ้าวิทยากรให้ความรู็ครูด้วยวิธีการแบบนี้ แล้ววันนึงครูท่านนั้นผ่านเป็น คศ.3หรื คศ.4 ขึ้นมา เค้าจะสามารถนำองค์ความรู้(จริง ๆ )ไปบอกคนอื่นได้มั้ยน้าเช่น การเขียนบทคัดย่อ ซึ่งในบทคัดย่อนั้นก็จะมีเนื้อหาองค์ประกอบทั้ง 5 บทซ่อนอยู่๋ในตัวเอง ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไม ผอ.ท่านที่เก่ง ๆ และรู้จริง บอกว่า อ่านวิจัยดูหน้าปก(อ่านหัวข้อ)กับดูบทคัดย่อก็รูู้็แล้ว่าทำเองหรือลอกเค้ามา ....หากเป็นเช่นนี้จริง แล้วที่เราพร่ำสอนนักเรียนว่า อย่าไปลอกการบ้านเค้ามานะลูก ต้องฝึกทำเองจะได้เข้าใจบทเรียน หรือ อย่าลอกเค้านะลูกเพราะโตขึ้นมาหนูจะคิดนอกกรอบไม่เป็น จะต้องเป็นCopy Humen ไปตลอดชีวิต อย่างนี้แล้วไซร้ การศึกษาบ้านเราจะเจริญก้าวหน้าได้อย่างไร หาก ครูที่เป็นต้นแบบของศิษย์ยังใช้วิธี Copy Development ครูก็คงไม่ต่างจากเด็กที่ทำได้เพียงขั้นความจำถึงขั้นความรู้ ส่วนขั้นความเข้าใจ การวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อส่งผลให้ติดแน่นทนนานกับตัวเด็ก คงหามีไม่.....งานนี้ รมว.ศึกษาท่านใหม่และท่านกษมา คงเหนื่อยอีกแล้วมั้ง?......

