ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันเสาร์ที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

Corrupt: ขอรับ: ion: วิกฤตศรัทธาการศึกษาชาติวาตูลู



สมัผมยังเด็ก [พ.ศ. 2510] ตอนนั้น ครูที่สอนวิชาหน้าที่พลเมือง-ศีลธรรม (สมัยก่อนเขียนศีลธรรมใช้สระอี…) ท่านเป็นนักอ่านตัวยง…ท่าบอกว่าถ้าไม่อยากพูดติดอ่าง(สมัยก่อนเด็กๆเป็นกันเยอะ)ให้อ่านหนังสือมากๆแล้วอ่านออกเสียงดัง…นักเรียนสมัยนั้นจึงได้ยืนอ่านหนังสือใหครูฟังหน้าชั้นเรียนเป็นประจำ…ท่านเล่าเรื่องนรก-สวรรค์ให้ฟัง…พร้อมกับมีภาพประกอบด้วย(ไอ้สมัยนี้ก็มาเรียกอย่างโก้หรูว่า..สื่อการสอนไง…ครูเก่าๆท่าใช้มาตั้งนานแล้ว…ไม่เห็นท่านต้องทิ้งเด็กเพื่อไปทำผลงานแต่อย่างใดไม่….)เราเป็นเด็กก็ดูไปก็กลัวไป…ท่านบอกว่าบาปกรรมเป็นเหมือนคู่แฝดของวิทยาศาสตร์…คล้ายๆกับรางรถไฟที่วิ่งขนานกันไปอย่างไม่รู้จบ…ด้านหนึ่งพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์…เป็นปัจจุบัน…อีกด้านก็เป็นเรื่องของลัทธิ ศรัทธา ศาสนา ความเชื่อ…ท่านบอกว่า…จิตเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่ไม่สามารถพสูจน์เป็นวิทยาศาสตร์ได้…ทั้งๆที่นัก
วิทยาศาตร์ก็รู้ว่า…พลังจิตสามารถแปรรูปเป็นพลังงานที่ใช้ในการต่างๆได้…ตั้งแต่นานมาแล้ว…เช่น ท่านบอกว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการฝึกสายลับสองหน้าหรือปัจจุบันเรียกว่า "สายลับพลังจิต" (psychic spies) [มันตรงกับที่ครูผมเล่าให้ฟังตั้ง 40 กว่าปีมาแล้ว…ยื่งมาอ่านเจอในเว็บนี้ http://news.clipmass.com/story/อาวุธพลังจิตในแดนหมีขาว-ของโซเวียต---22377 และที่เว็บนี้ http://news.clipmass.com/story/โวล์ฟ-เมสซิ่ง-ผู้มีพลังจิตแก่กล้า-สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง---12041 ยิ่งงงว่าครูผมเป็นใคร??...ทำไมรู้อะไรก่อนชาวบ้านชาวเมืองเรื่อยเลย???] ท่านบอกว่ามันเป็นการรวบรวมสมาธิแล้วจะก่อให้เกิดพลังงานที่เอาไปใช้....ถ้าเป็นทางดีก็ดีเช่นรักษาผู้ป่วยให้หายเร็วขึ้น...หรือใช้ค้นหาผู้สูญหายในสงราม...ถ้าใช้ทางผิดก็เป็นอาวุธร้ายที่จับต้องมิได้...เช่นสั่งเป็นสั่งตายกับคนที่หมายหัวไว้แล้วให้เกิดเหตุตามที่วางไว้...น่ากลัวพิลึกเลย...ท่านยังบอกอีกว่า...พลังจิตก็หเมือนกับตัวกำกับจิตใจให้รู้ว่าเราเกิดมาเป็นมุนษย์แล้วจะประพฤติปฎิบัติตนเช่นไร...ผลก็จะออกมาตามนั้น....
แล้วที่นี้จั่วหัวซะแบบนี้มันเกี่ยวยังไง…ท่านบอกว่า…ท่านเคยคิดเล่นๆว่า คำว่า “ขอรับ” “ขอรับกระผม” “ครับผม” ที่เราใช้กันมาน่ะ…อาจจะมีรากศัพท์มาจากคำว่า “corrupt” ก็เป็นได้ แล้วไอ้คำดังกล่าวนี้เองที่เป็นที่มาของความยุ่งยากเดือดร้อนสำหรับคนหลายๆคนจนถงปัจจุบัน….(ท่านรู้ได้ไงเนอะ…ว่าจะยุ่งอีรุง
ตุงนังจนถึงปัจจุบัน) ทีนี้มาดูกันว่า“corrupt” หมายถึงอะไรบ้าง
1. คำนาม แปลได้ว่า
1. คอรัปชั่น 2. การทำให้เน่าเปื่อย 3. การนำไปทางชั่ว 4. การทำให้เลวลง 5. การทำให้เขว 6. การให้สินบน
7. คอร์รัปชั่น

2. คุณศัพท์ แปลได้ว่า
1. ทุจริต 2. เลว 3. คอรัปชั่น 4. ชั่ว 5. เน่าเปื่อย 6. กินสินบน 7. ไม่บริสุทธิ์ 8. คอร์รัปชั่น
ทีนี้คงเข้าใจที่มาของ Corrupt: ขอรับ: ion: วิกฤตศรัทธาการศึกษาชาติ แล้วว่าทำให้เกิดความเดือดร้อนในวงการศึกษาได้เย่างไรบ้าง….ยกตัวอย่างประเทศ วาตูลู…อันนี้ผมตั้งเองครับ…มันคล้ายๆบางประทศในหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีประชากรน้อยที่สุดในโลก…และมีความเจริญในทุกด้านน้อยที่สุด....สมมติว่ากระทรวงสอนหนังสือของประเทศนี้จะพัฒนาเด็กๆ ด้วยการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ 100 เหรียญ (ซึ่งหลายประเทศในอาฟริกาได้ใช้กันถ้วนทั่วแล้ว) ประเทศนี้ก็จะสั่งซื้อในนามรัฐบาล ให้กับเด็กทุกคน(ทั้งประเทศมีประชากรสามหมื่นต้นๆ เป็นเด็กและเยาวชนหมื่นต้นๆ (คิดง่ายๆว่า…คอมพ์ 1 เครื่อง ราคา 100 เหรียญๆละ 33 บาทไทย ก็จะตกราคาตัวละ3,300บาท) แต่เค้าใช้สกุลเงินปอนด์ของอังกฤษ(ปอนด์ละประมาณ 50 บาทไทย ก็ประมาณ 65 ปอนด์มั้ง …แล้วรัฐมนตรีกระทรวงสอนหนังสือก็จะให้คนสนิทหรือญาติของตนเอง…ตั้งบริษัทเพื่อสั่งซื้อและนำเข้า…เพื่อให้เด็กได้ใช้…แต่จะตั้งราคาเป็นเครื่องละ 100 ปอนด์ อ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆจิปาถะ…ใครจะมารู้ว่าจริง-เท็จ…เสร็จแล้วก็นำเข้ามา เด็กๆดีใจได้ใช้คอมพ์ พ่อแม่ยินดีที่รัฐมนตรีกระทรวงสอนหนังสือทำดีต่อชาติบ้านเมือง สมัยหน้าก็เลือกอีกๆๆๆๆ…จนกว่าจะตายจากกัน….คอม10,000 ตัว ได้ตัวละ 35 ปอนด์ ก้อเติมศูนย์ไป 3 ตัว ก็เป็นเงินกำไร = 35,000 ปอนด์ ๆละ 50 บาทไทย ก็ได้ประมาณ 35,000X50 = 1,750,000 บาทไทย…ต่อไปก็เป็นคิวของหนังสือ ตำรา สมุด ดินสอ ปากกา กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า ชุดลูกเสือ ยุวกาชาด …แล้วแต่ท่านจะนึกออก…ทีนี้พอเข้าใจแล้วนะครับว่า วาตูลูจะเป็นยังไง…พอไม่มีเงินในประเทศ เงินขาดมือ…ก็ทำเรื่องกู้ไปที่อังกฤษ…โดยเอาทรัพยากรภายในปรเทศไปแลกเปลี่ยน….ชาวบ้านก็ไม่รู้เพราะรัฐบายวาตูลูทำเนียน งุงิงุงิๆๆๆ…เสร็จโก๋จ้อย….พอรัฐบาลนี้ลงจากอำนาจ….รัฐบาลใหม่มาบริหาร,,,เห็นหนี้สินบานเบอะ…ก็จัดการแก้ไขปัญหา…ถ้าได้รัฐบาลดี…ก็เป็นหนี้น้อย….ถ้าโชคร้ายได้รัฐบาลไม่รักแผ่นดินเกิด…ไม่รักวาตูลู…ก็สร้างหนี้สินให้กับประชากรอีก…แล้ก็วนลูปเริ่มนับ1ใหม่เรื่อยไป…การศึกษาที่เป็นหัวใจของคนในชาติวาตูลูก็ไม่ได้รับการเหลียวและเพราะรู้ว่าถ้าประชาชนในชาตวาตูลูรู้มากไปก็จะขอรับกระผมได้ยากขึ้น…ท้ายสุดก็ถึงแก่เวลาแห่งการล่มสลายของเผ่าวาตูลูในที่สุด
ก็เป็นข้อคิดเห็นเล็ก ๆ จากครูแก่ๆ คนหนึ่งที่สอนเด็กโบราณเมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว…ซึ่งคำสอนนี้ยังเป็นสากล…เป็นปัจจุบันจนถึงทุกวันนี้…แล้วป่านนั้นก็ยังมีบางคนบอกว่าครูรุ่นเก่าล้าสมัย…สอนไม่ได้เรื่อง…สอนแต่ให้ท่องจำ….แถมตีอีกต่างหาก…ผมกลับมองว่า….ทุกอย่างต้องเริ่มจากการจดจำก่อนแล้วค่อยเรียนรู้…ต่อมาจึงค่อยพัฒนาการเป็นการคิดด้วยตนเองและสร้างองค์คความรู้ใหม่ๆต่อยอดไปอย่างไม่หยุดยั้ง…ถ้าเราไม่จำ…เราก็จะไม่รู้เลยว่าเราเคยเสียเอกราชและดินแดนไปกี่ครั้ง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็จะซ้ำซาก…จากการที่เราไม่ร้จักการเรียนรู้และจดจำ….
เป็นไปได้ว่าเผ่าวาตูลู..ที่สิ้นชาติอาจเนื่องมาจากการไม่รู้จักจำความเจ็บปวดที่เกิดข้นในอดีต…กลับทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนรอยเกวียนที่หมุนเวียนเหยียบย่ำไปอย่างไม่รู้จบ…นับเป็นโชคดีของแผ่นดินไทยที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาญาณ…มองเห็นอนาคต…พระองค์ท่านจึงได้พระราชทานพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่ให้พสกนิกรใต้เบื้องพระยุคลบาทได้น้อมนำและนำไปใช้ในชีวิต…เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของทุกๆคน…อยากให้รัฐมนตรีกระทรวงสอนหนังสือของวาตูลู(ที่ไม่มีจริง…)ได้เห็นความสำคัญของการศึกษามากกว่านี้คงจะสร้างเยาวชนของชาติให้เจริญด้านสติปัญญา…สัมมาคาระ…มีวินัย…มีความสัตย์ซื่อต่อตนเองและแผ่นดินเกิด…เมื่อเติบใหญ่ก็จะสามารถแก้ปัญหาที่หมักหมมมานาน….ตั้งแต่ที่ผมยังเป็นเด็กแล้วนั่งฟังครูแก่ๆคนนึงเล่าเรื่องอดีตที่ดันเป็นปัจจุนและอาจจะเป็นอนาคตอีกต่อไป….ก็เป็นได้….ขอให้เราแก้ปัญหาชาติได้โดยเร็วและพ้นจากการ “ขอรับกระผม” อย่าได้เป็นอย่างเผ่าวาตูลู(ซึ่งไม่มีจริง)ตลอดไป….
ขอบคุณ :





http://webboard.yenta4.com/topic/312132

ไม่มีความคิดเห็น: