ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันจันทร์ที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ครูไทยในสายตาใครบางคน??

ผมมีโอกาสได้พบเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัย ณ นามศุภ มาด้วยกัน เดี๋ยวนี้กลายเป็นมาบุญครองไปแล้ว...ดีใจครับ ก็ได้คุยแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุก ดิบ ตอนี้พี่เค้าเป็นรอง ผอ.ประมาณผู้ช่วยฝ่ายปกครองน่ะแหละ...กำลังทำผลงานอยู่ (ไม่รู้ใครมาเปลี่ยนคำว่า อาจารย์ 3 เป็น คศ.3 เรียกไม่คุ้นเล้ยจริง ๆ ) ก็ขอให้สมหวังโดยเร็วครับ...(ตัวผมจะรอทำอาจารย์บ้า ดีกว่าเยอะเลย) ก็ได้คุยเรื่องที่แกจะทำ ว่าด้วยการบริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับระเบียบวินัยของนักเรียนในเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เราก็นั่งฟังไปมีแย้งในใจนิด ๆ ว่า ...เด็กสมัยนี้น่ะ...รุ่นตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาชื่อ...ขี้เกียจจำ....(ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด...)สั่งห้ามตีเด็ก พ่อเจ้าประคุณก็เลยสำแดงเดชรวมถึงผู้ปกครองด้วย....นิดหน่อยก็ฟ้องศาลปกครอง...ตอนนี้พี่แกก็ดูท่าจะปวดหัวไม่เบา..เพราะบอกว่าจะเข้าค่ายคุณธรรม ..ตัวพ่อที่เป็นผูปกครองก็รีบขออนุญาตแจ้งเหตุผลร้อยแปดพันเก้า...พอไม่อนุญาต ก็เรียกร้องสิทธิ...เฮ้อ..ทำไมชอจังเล้ยไอ้เรื่องสิทธิเนี่ย..รู้ดีกันจัง..แต่ไม่ยักจะรู้หน้าที่เนอะ....พอลูกตัวเองไม่เข้าบ้านก็โทษครู...ว่าไปพูดอะไรให้ลูกตนเองเสียหายหรือเปล่า? เด็กเลยไม่กล้าเข้าบ้าน พาลไม่มาโรงเรียนอีกต่างหาก...ตัวผู้ปกครองก็แปลกแต่จริง...ลูกขอไปทำงาน..หาว่าโกหก...ส่งงานไม่ทัน..ครูหักคะแนน...แต่พอลูกรวมหัวกันโกหก..ดันเชื่อสนิท.....ขนาดที่ว่าปลอมหนังสือจากโรงเรียนออกตราครุฑกันเห็น ๆ เลย...ไม่ยักโทรมาถามครูที่ปรึกษาวักกะคำ...พอครูโทรตาม..โดนผู้ปกครองว่าอีกว่า..ทำไมปล่อยให้นักรเยนปลอมหลักฐานทางราชการได้...พระเจ้า...ยอดผู้ปกครองจริง ๆ .... 5 5 5ฟังแล้วนึกในใจว่า...พี่ เค้าจะรอดมั้ยน้อ?...นี่แค่เรื่องไกลตัวไม่เท่าไรเลย...

วันต่อมา ..ไปหาซื้อหนังสือเรื่องเทคนิควิธีสอน....อยากแค่ลองมาอ่านดูว่าปัจจุบันนี้การศึกษาไทยไปถึงไหนแล้ว....ส่วนใหญ่ก็เทคนิคเดิม ๆ ที่ยังใช้ได้ผลดี..อย่างนี้หละมั้งสมัยก่อนถึงเรียกว่านวัตกรรม...ปัจจุบันคำฮิตเป็น Innovation ไปซะแล้ว...กลับมานั่งย้อนถึงคนที่คิดปรัชญาทางการศึกษา ส่วนใหญ่มีแต่ฝรั่ง...แล้วเค้าก็พิสูจน์ได้จริงว่าทำแล้วดีตามนั้น..แล้วทำไมการศึกษาไทยถึงไม่ไปไหนซักที...แบบว่า งงอ่ะ?....เคยคิดจะเขียนบทความรวมเรื่องสั้นใช้ชื่อว่า "แบบว่า..งง..อ่ะ?" ก็เอาเรื่องใกล้ตัวนี่แหละมีให้ดูให้ศึกษาทุกวัน..ตั้งแต่เข้าโรงเรียนยันกลับบ้าน....เกี่ยวข้องกับวงการศึกษาทั้งนั้น....มีทั้งดี ไม่ดี แล้วแต่จะเก็บมุมไหนมาเล่าสู่กันฟัง....ก็เอาเป็นว่า อยากเมื่อไรจะเขียนให้อ่านละกัน..เยอะจริง ๆ ตั้งแต่เป็นครูมา จนถึงทุกวันนี้...ทั้งเรื่องตนเอง เรื่องเพื่อนครูเรื่องนักเรียน เรื่องผู้ปกครอง โอ๊ย....108 -1009 เลย รับรองว่าจริงทั้งนั้น...แต่คงต้องปรับเปลี่ยนบ้างตามสถานการณ์และความปลอดภัยในการจะโดนฟ้อง....ก็คงเหมือนเขียนบทหนังละมั้ง...จะลองดูครับ....จริง ๆ เคยเขียนไว้เป็น 10 กว่าเรื่องแล้ว แต่ดันหา file ต้นฉบับ บ่ เจอ จะพยายามครับ...

วันต่อมาดูสารคดีโลก 360 องศา เรื่องของชาวยิว....ก็เลยอยากรู้อีกแหละว่า จริงหรือไม่ที่คนยิวมีสมองอัจฉริยะที่พระเจ้าประธานมาใต้งแต่ดึกดำบรรพ์ ก็เลยค้นดูในเน็ต...http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20071030072932AAhGWJ0 มีหลายสายครับที่ให้ความรู มีทั้งจริง ไม่จริง...แต่ที่น่าสนใจก็คือ เค้าบอกว่า ชาวยิว มีลักษณ์เด่น คือ พันธุ์กรรมดี มีสมองเป็นเลิศ เเละขยันอดทน ยิวเป็นชาติที่ต้องสาปในเรื่องของพื้นที่..เรื่องของการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ....เทียบกับไทยต่างกันฟ้ากับเหว....ไอ้ตรงนี้แหละที่ทำให้ปัจจุบัน....ยิวเป็นฟ้า..ไทยเป็นเหว....เหตุผลง่าย ๆ ก็คือ ยิว ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเกิดกับการจัดการศึกษามาก ๆ ๆ ๆ เพราะมีผูรู้กล่าวว่า..เมื่อยุคฟองสบู่แตก (ประมาณ พ.ศ. 2540) เป็นต้นมา ครูยิวกับครูไทย ไม่แตกต่าง...ได้เงินเดือนน้อย สอนเยอะ...สวัสดิการน้อย...ไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ...มีคนที่เป็นระดับอัจฉริยะมาเป็นครูน้อยมาก...การศึกษาของยิวจึงตกต่ำ...หลังจากนั้นไม่กี่ปี..รัฐบาลที่ได้ชื่อว่ามีความซื่อสัตย์มาก ๆ (จริง ๆ แล้ว คนคอรัป..ก็มีมั้ง เนอะ...)เค้าประกาศเป็นนโยบายชาติในการปฏิรูปการศึกษา ก็คงใกล้ ๆ กับเราเมื่อปี พ.ศ. 2542 นั่นหละมั้ง...ถัดมาอีก 10 ปี ทุกวันนี้การศึกษาของยิวมีความเจริญก้าวหน้าจนแทบจะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมมันสมองระดับเทพ ของโลกเลยมั้ง...IQ เฉลี่ยก็สูงกว่าพี่ไทยตั้งเยอะ...คนมีการศึกษาร้อยละ 95 ของประชากรทั้งประเทศ....มีคนประมาณ 6 ล้านมั้ง...เหตุผลง่าย ๆ อีกน่ะแหละ..เค้าวางรากฐานระบบครอบครัวมาอย่างเข้ามแข็ง....พ่อ แม่ มีความซื่อสัตย์ตอครอบครับ ต่อแผ่นดินเกิด..ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนชาติ....สอนความรับผิดชอบ สอนวินัยให้ลูกตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียน....และที่น่าสนใจก็คือ...โรงเรียนเล็กในชนบทและโรงเรียนขนาดใหญ่มนเมืองหลวง..รัฐจะจัดการศึกษาให้มีความแตกต่างกันน้อยที่สุด....เช่น เมืองใหญ่มี Lab โรงเรียนในชนบทก็มีเช่นกัน...โรงเรียนใหญ่มีครูที่เป้นแม่เหล็ก...โรงเรียนเล็กก็จะถูกดูแลเอาใจใส่...เพื่อมิให้นักเรียนไหลเข้ามาสู่เมืองใหญ่....ก็เลยมาคิดเล่น ๆ ว่า...ถ้ารัฐบาลไทยจัดการศึกษาโดยเอาครูแม่เหล็กจากเตรียมอุดม มาสอนโรงเรียนบ้านนอกมั่ง ก็น่าจะยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น....และยังสมารถแก้ปัญหาคนไหลเข้าสู่เมืองใหญ่ได้อีกด้วย...เออ..คิดได้แต่คงทำไม่ได้มั้ง???ถ้ายังไม่เป็นชาติใหญ่กว่าตนเองอ่ะเนอะ...ดังนั้นอย่าแปลกใจว่าทำไมบางโรงเรียนมีครูอาจารย์3 ครู คศ.3 เกินครึ่งค่อนโรงเรียน เด็กไทยดังกล่าวก็ยัง ย่ำเท้าอยู๋กับที่ (ซ้าย - ขวา-ซ้าย ๆ ๆ ๆ ) โทษใครก็คงไม่ได้..เพราะมัน "ตถตา" นั่นเอง.....ไม่อิจฉายิวเลยแม้แต่น้อย....สักวันไทยเราจะก้าวแซงได้แน่นอน...เอาใจช่วยคนไทยทุกคนที่เกิดมาบนแผ่นดินไทย....บางครั้งก็เคยคิดอยากให้บางเรื่องเป็นเหมือนยิวคงดีเหมือนกัน เช่น เยาวชนเมื่ออายุครบ 18 ปี ชายไปเป็นทหาร 3 ปี หญิงเป็น 2 ปี หลังจากนั้นปลดแล้วค่อยมาเรียนต่อ...จะได้เป็นเยาวชนที่มีวินัยมากกว่าตอนนี้...จะได้มีสมองมาคิดพัฒนาประเทศ...ดีกว่าที่จะเห็นเยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยที่ชอบ กิน-เต้น - เล่น - เที่ยว สนุก ไปวัน ๆ บนความช้ำใจของบรรพบุรุษที่เอาชีวิตเข้าปกป้องรักษาผืนแผ่นดินให้รุ่นหลังได้อยู่อย่างสบาย....???...สาเหตุนึงน่าจะมาจากทำวันนี้เด็กไทยให้ความสนใจในรากเหง้าของตนเองน้อยมาก....จะมีซักกี่คนที่ถามพ่อ แม่ ว่า นามสกุลของตนเองนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร...ใครเป็นคนตั้งให้...มีความหมายหรือนัยย อย่างอื่นหรือไม่...เชื่อว่า หากเยาวชนไทยหันมาใส่ใจรากเหล้าของตนเองให้มากขึ้น ก็น่าที่จะรู้ เข้าใจ และมีทัศนคติที่ดีต่อการที่จะรัก และหวงแหนผืนแผ่นดินนี้ไว้ช่วลูกชั่วหลาน สืบไป....เออ..เข้าท่าเหมือนกัน..ไม่ได้เขียนมาตั้งนาน...พอเป็นเรื่องเป็นราวมั่ง....แล้วจะกลับมาเขียนเรื่องเที่ยวจีนกะเที่ยวลาวให้จริง ๆ ซักกะที....บาย *-*

ไม่มีความคิดเห็น: