ท่านคิดว่าครูที่ได้ คศ.3ขึ้นไปในภาพรวม จะอุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่สมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงใด?

วันอังคารที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒


รู้มั้ย..ทำไมต้องเรียน ๆ ๆ ๆ..

วันนี้ (13 ต.ค.52) ตรงกะวันตำรวจไทย...ที่ได้ชื่อจารึกว่าไม่มี ผบตร. มาดูแลการจัดงานในครั้งนี้..ไม่เ้ป็นไรครับ
...กรุงศรีไม่เคยสิ้นคนดีอยู่แล้ว....วันนี้ถนนโล่ง ไม่มีตำรวจมาตั้งด่านตรวจคนเข้าเมือง...แถวหน้าโรงเรียน....ก็เงียบเหงา เหมือนกัน...เพราะเห็นจนชินตา..ว่าเรื่องของเราต่อดีกว่าครับ...วันนี้ที่โรงเรียนพานักเรียนโปแกรม SME ทั้ง 3 ระดับ ไปเที่ยวระยอง(ใจเย็น ๆ ) 2 วัน 1 คืน ลูก ๆ พวกเดอะ GEEK ก็ไปด้วย คงมีรายการป่วนอีกมั้ง...ถ้าพวกทะโมนน้อยกลับมาคงได้ฟังเรื่องราว 108 + 1009 แล้วจะมานั่งเขียนต่อ...สาย ๆ นักเีรียนทุน (3ปีครึ่ง) เริ่มทะยอยเข้าโรงเรียนเพื่อมาเรียนซ้ำ(กรณีพิเศษ) ให้เวลา 13 - 15 ต.ค. 52 นี้เท่านั้น หากหมดโปรฯ ก็ให้มาดำเนินการต่อภายหลัง...แล้วก็มีนักเรียนชั้น ม.2 แต่งชุดพละ...(แบบว่าเจตนาเก่า ๆ ) ตัดผมทรงเดอะเบลด...ที่ดารานิโกรตัดไง...มีเว้า ๆ แหว่ง ๆ มาแต่งชุดเรียบร้อยแต่ใส่รองเท้าแตะ 2 สีมา ...เฮ้อ....อนิจจาอนาคตชาติไทย...เค้าเดินเข้ามาเพื่อขอติดต่อสอบซ่อมเรียนซ้ำ....แล้วก็พูดตามประสาเด็กว่า "ครูจะให้ผมสอบมั้ยครับ??...อาจารย์ที่ปรึกษา...ให้มาถามครับ..." งง..เด้... อยู่ ๆ เปิดประเด็นเลย...ต้องสอบถามไป ๆ มา ๆ ได้ใจความว่า ครูที่ปรึกษาให้มาถามว่าจะให้เรียนซ้ำหรือไม่...ถ้าให้ จะได้ให้ใบยื่นคำร้องมาให้ครูผู็สอนเซ้นแล้วดำเนินการต่อไป...(ไอ้เราก็นึกในใจว่า...ทามมายไม่ให้นักเรียนถือมาเลย(ฟะ..)สงสารอ่ะเด้ะ...เดินไปเดินกลับ โรงเรียนยิ่งแคบ ๆ อยู่ ที่ตั้งเกือบ 40 ไร่....) และได้ความอีกว่าเป็นนักเรียนชั้น ม.2 ที่ไม่ยอมมาเรียน มาสอบ มาแก้ตัว ในครั้งอยู่ ม.1 มีแต่ชื่อ..จำหน่ายก็ไม่ได้....เพราะมาโรงเรียนแต่ไม่เข้าเรียน..โรงเรียนเคยแจ้งผู้ปกครองไปแล้ว ก็หายจ้อยทั้งบ้าน...นี่ไง..ต้นเหตุอีกส่วนนึงที่ทำให้ชาติไทยพัฒนาช้ากว่าที่ควรไง....เลยตัดสินใจโทรถามฝ่ายวิชาการได้ควาว่าเป็นโปรโมช่นตามที่แจ้งไว้...จึงให้ตังค์นักเรียนดังกล่าวไป 50 บาท บอกว่า สอบกะครูง่าย มั่ก ๆ ...เอาตังค์นี้ไปตัดผมทรงนักเรียนให้น่ารักสมวัย ม.2 ภายใน 1 ชั่วโมง (ร้านตัดผมอยู่ห่างโรงเรียนไม่ถึง 400 เมตร) แล้วกลับมารายงาตัวพร้อมรับใบสั่งยา(ใบงาน)ไปทำต่อที่้บ้านวันที่ 15 ต.ค. 52 นำมาส่งในเวลาราชการ....ก็เลยคิดว่า เราน่าจะหาข้อสรุปจากเหตุการณ์ดงักล่าวที่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ นี้มาเป็นข้อคิดเห็นมั่งก็ดี..เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่อ่านมั่งเนอะ....
สรุปประเด็นที่พบมาแล้ว ในความคิดส่วนตัวพอเป็นบทสรุปย่อได้คือ
1. จากสาภพการแต่งกายรู้ได้เลยว่าที่บ้านขาดวินัย....นักจิตวิทยาและนักการศึกษาหลายท่านให้ความสำคัญกับเรื่อง
ของวินัยมาก...เช่นหากท่านสังเกตจะพบว่า นักเรียนต่างชาติเช่น อเมริกา อังกฤษ จะไม่ค่อยมีชุดฟอร์มของนักเรียน..แต่นักเรียนดังกล่าวกลับ ยืนเข้าแถวซื้อของโดยไม่แซงคิว..ยืนรอซื้อตั๋วได้อย่างใจเย็นแถมมีอ่านพอกเก็ตบุ๊ครอด้วย....แต่ของเรามีชุดครบกลับไม่สามารถเจาระเบียบจากชุดที่มียัดเข้าไปในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิดวิเคราะห์เรื่องของผิด ชอบ ชั่ว ดี ได้.....
2. ผู้ปกครองของนักเรียนในประเทศไทยจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ (ที่สมัยนึงมีคนบัญญัติศัพท์ว่าวงจรอุบาทว์ คื โง่ - จน - เจ็บ) ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องจริงทีเดียว....ผู็ปกครองส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางถึงระดับรากหญ้า....จึงมักอ้างเวลาเป็นเกราะป้องกันเมื่อเกิดปัญหากับลูกหลาน.....
3. ข้อนี้สำคัญมาก ๆ เลย แทบจะให้ 5 ดาวเลยก็ได้...คือ...วิธีคิด....เป็นกันเกืือบทั้งประเทศเลยก็ว่าได้...ตัวอย่างเช่น....นักการเมือง...ถ้าคิดไม่เป็น...ก็จะคิดเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม..../...ครู...ถ้าคิดไำม่เป็น ก็จะหาช่องทางสอนพิเศษเก็บเงินนักเรียนมกกว่าจะนำความรู้ที่สอนพิเศษมาสอนเด็กในชั้น..../ผู้เขียนเคยถามครูเก่ง ๆ ที่สนิทกัน(รุ่นน้อง)แล้วก็รับสอนพิเศษดังนี้ว่า "เฮ่ย...บักเหลียง(เพื่อนชื่อเฉลียง เก่งฟิสิกส์มาก...)ทำไมไม่เอาเนื้อหาที่ไปสอนพิเศษมาสอนในชั้นเรียนอ่ะ...เห็นคุยว่าเวลาสอนพิเศษนักเรียนทำ 2 บรรทัดแล้วตอบได้เลย...แล้วทำไมสอนใน้องต้องทำตั้งหน้ากระดาษอ่ะ??" บักเหลียงตอบ "ถ้าทำเช่นนั้นนักเรียนก็ไม่อยากไปเรียนพิเศษน่ะซี..." ผมถามต่อ "ก็ดีนี่...พ่อ แม่...จะได้ประหยัดเงินไง..." โฮ้ย...พี่ไม่รู้อะไรหรอก...ผมเรียนมาน่ะยากจะตาย....มันก็ต้องมีผลตอบแทนมั่งแหละ...ใคร ๆ เค้าก็เป็นอย่างผมนี่แหละ" ฟังแล้ว ก็ได้แต่ ขอบคุณครับประเทศไทย...แล้วก็ไม่ถามต่ออีกเลย...ส่วนพ่อ-แม่...เมื่อคิดไม่เป็น ก็ไม่รู้ว่าจะสอนทักษะชีวิตให้ลูกอย่างไรถึงจะดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข...ไม่สร้างปัญหาให้กัสังคม....
จากสภาพปัญหาทั้งหมด มันเป็นปัญหาโลกแตก....ครับพ้ม...ท้าเลยว่า ใครก็แก้ไม่ได้...เหตุผลง่าย ๆ ....การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด...แต่ รัฐ ของเรากลับแทบจะไม่ให้ความสำคัญกับระบบการศึก
ษาอย่างจริงจังเลยตั้งแต่หลังจากการตั้งกระทรวงธรรมการมาเลยก็ว่าได้...เราไปเน้นเรื่อง เศรษฐกิจ การเมือง สังคมฯ กันซะมากกว่า..แล้วสังเกตได้เลยว่าคนที่มาเป็นเจ้ากระทรวงธรรมการ(ศึกษาธิการ) หาที่มีกึ๋นจริง ๆ น้อยมาก...ไอ้ที่ดีจริง ๆ ก็ไม่เอา...ไอ้ที่เอามามีแต่...ตะแน้ว..ๆ...ๆ..เฮ้อ ๆ ๆ ....กำ...ำ...ำ...เราถึงต้องมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่าไง....เคยอ่านบทความตอนนึงเขียนไว้น่าสนใจ เค้าบอกว่า....ไทยเรากับ อิสราเอลน่ะ..เริ่มการปฏิรูปพร้อม ๆ กัน...เมื่อปี 42 เพราะมีสภาพปัญหาคล้่าย ๆ กัน....10 ปี ให้หลัง...อิสราเอลเค้าไปโลด...ไทยเรากลับมานั่งปฏิรูปใหม่อีกแล่ว ๆ ๆ ....พอเราเปลี่ยนหัวที นโยบายก็แกว่งที....แล้วอย่างนี้ เด็กไทยโดยภาพรวมจะมีคุณภาพแบบเด็กประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างไรคร้บพ้ม......อามิตตาพุทธ.....คงได้เวลาเขียนเรื่อง "คอรัปชั่นทางความคิด..วิกฤติศรัทธาการศึกษาชาติ" แล้วมั้ง???


ไม่มีความคิดเห็น: