
วันนี้ไปคุมสอบO-NET มีหลายสิ่งที่ได้พบได้เห็นทามให้เห็นสัจจธรรมอีกหลายอย่าง..เอาเป็นว่าจะมาสะท้อนบางมุมของระบบการศึกษาที่เห็นมาก้อแร้วกัน.....ก้อคิดว่าเป็นข้อสังเกตบางประการก้แร้วกัน...อุๆ ๆ ๆ
ข้อที่ 1. เห็นสัจจธรรมเรื่องการศึกษาว่า "การศึกษาชาติไม่มีทางที่จะเท่าเทียมกันโดยเด็ดขาด" เหตุผลง่าย ๆ คือ...เด็กที่อยู่ในโรงเรียนประจำจังหวัดขนาดใหญ่พิเศษและเด็กโรงเรียนเอกชนประจำจังหวัด...ดูภาพรวมแร้ว หน้าตาแต่ละคนฟ้องว่ามีภูมิ+องค์ความรู้มากกว่าเด็กที่มาจากต่างอำเภอ(เทียบร้อยละร้อยนะครับ..อย่าคิดมาก)อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเตรียมตัวสอบในวิชาต่อไป หรือการออกมาคุยกัน
เรื่องการทำข้อสอบในวิชาที่ผ่านมาแร้ว...เด็กในเมืองมีความมั่นใจมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ยอ่งตอนพักกินข้าว ไปลองถาม ๆ เด็กที่มาสอบแบบสุ่มไม่เลือกว่าเป็นเด็กจากที่ใด พบว่า เมื่อถามเสร็จ...เด็กเค้าบอกเองเลยว่า ถ้ามีโอกาสก้ออยากเข้ามาเรียนในตัวจังหวัด..ก้อเลยถามต่อว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น...เค้าบอกว่า แค่ไปยืนดูบอร์ดที่ติดประกาศเรื่องการสอบเอ็นทรานซ์...ที่โรงเรียนเป็นสนามสอบติดรูปผู้สอบผ่านเข้าเรียนได้เป็นร้อย...แค่เห็นเค้าก้อิจฉฉาแร้ว เพราะบางคนที่มาสอบยังไม่มีที่เรียนเลย...กำ..จริง ๆ
เรื่องการทำข้อสอบในวิชาที่ผ่านมาแร้ว...เด็กในเมืองมีความมั่นใจมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ยอ่งตอนพักกินข้าว ไปลองถาม ๆ เด็กที่มาสอบแบบสุ่มไม่เลือกว่าเป็นเด็กจากที่ใด พบว่า เมื่อถามเสร็จ...เด็กเค้าบอกเองเลยว่า ถ้ามีโอกาสก้ออยากเข้ามาเรียนในตัวจังหวัด..ก้อเลยถามต่อว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น...เค้าบอกว่า แค่ไปยืนดูบอร์ดที่ติดประกาศเรื่องการสอบเอ็นทรานซ์...ที่โรงเรียนเป็นสนามสอบติดรูปผู้สอบผ่านเข้าเรียนได้เป็นร้อย...แค่เห็นเค้าก้อิจฉฉาแร้ว เพราะบางคนที่มาสอบยังไม่มีที่เรียนเลย...กำ..จริง ๆ ข้อที่ 2.
อันนี้ใกล้เคียงกัน คือเรืองของการไม่เคารพกติกา...ทางสนามสอบบอกว่าขอความร่วมมือให้ถอดรองเท้าขึ้นตึกเพราะเป็นนโยบายโรงเรียน ปรากฏว่ามีทั้งโรงเรียนราษฎร์ โรงเรียนหลวง (บางคน) ทั้งในจังหวัดและต่างอำเภอ...จะขึ้นตึกทีหลังเพื่อนแล้วก้อรีบวิ่งขึ้นตึกโดยไม่ถอดรองเท้า(อันนี้เป็นนิสัยส่วนตัว..แก้ยากครับ) แร้วก้อสอบเสร็จต้องแอบไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำ ไม่แตกต่าง แทบทุกโรงเรียนเป็นเหมือนกัน แถมใช้ห้องน้ำของคณะครูอีกด้วย...นี่ก้อ กำ...อีกเช่นกัน
อันนี้ใกล้เคียงกัน คือเรืองของการไม่เคารพกติกา...ทางสนามสอบบอกว่าขอความร่วมมือให้ถอดรองเท้าขึ้นตึกเพราะเป็นนโยบายโรงเรียน ปรากฏว่ามีทั้งโรงเรียนราษฎร์ โรงเรียนหลวง (บางคน) ทั้งในจังหวัดและต่างอำเภอ...จะขึ้นตึกทีหลังเพื่อนแล้วก้อรีบวิ่งขึ้นตึกโดยไม่ถอดรองเท้า(อันนี้เป็นนิสัยส่วนตัว..แก้ยากครับ) แร้วก้อสอบเสร็จต้องแอบไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำ ไม่แตกต่าง แทบทุกโรงเรียนเป็นเหมือนกัน แถมใช้ห้องน้ำของคณะครูอีกด้วย...นี่ก้อ กำ...อีกเช่นกันข้อที่ 3. การทำความเคารพครูขณะแจกข้อสอบ...โดยทั่วไปที่เห็นเป็นประจำแบบม่ายต้องบอกก้อคือ...เวลาเราแจกข้อสอบ นักเรีนยทั้งรัฐและเอกชน แม้แต่ กศน. เค้าจะยกมือไหว้...น่ารักกี..เมื่อวานคุมห้อง xxxx2 ปรากฏว่า มีผู้เข้าสอบ 27 คน ยกมือไหว้ ทั้งวัน (3 วิชา) เฉลี่ยคนเดิม ที่ทำ ประมาณ 8-9 คน ตีเป็น 10 ก้อแล้วกัน คิดเป็นร้อยละ 37.03 พวกที่เหลือสงสัยสอบตกวิชาคุณธรรมจริยธรรมแหงมเลย..ดังนั้นอย่าไปคาดหวังว่านักเรียนจะเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมที่ดีขึ้น...กำ..อีกแร้วครับท่าน แต่วันนี้คุมสอบห้อง xxxx3 มี 25 คน ไมไหว้ขณะแจกข้อสอบ 2 คน เป็นต่างอำเภอ 1 คน ในเมือง 1 คน (อ้ายในเมืองเนี่ยเจ็บจิง ๆ เพราะมันดันเป็นเด็กโรงเรียของข้าน้อยเอง...เฮ่อ ๆ ๆ ตอนสอบFinal แกก้อมาเข้าสอบม่ายทันแบบนี้แหละ)มาช้าเข้าห้องม่ายทันแถมม่ายถอดรองเท้าไม่ปิดโทรศัพท์ด้วย...น่าจับทั้งคู๋ไปผูกเสี่ยวจริง ๆ เล้ย...คิดเป็นร้อยละ 92 ก้อดีครับแต่ก้อ...กำ..ครือเดิม
ข้อที่ 4. สทศ.น่าจะกลับไปทบทวนเวลาสอบใหม่นะครับ ขอย้ำ... เหตุผลง่าย ๆ คือ เด็กบางคนมารถไฟ..อย่ามาบอกนะครับว่า ก้อให้มันมารถยนต์ดี้..ถ้าพูดหยั่งงี้...โกรธแทนนักเรียนเลยครับ...เพราะว่า บ้านนักเรียนน่ะ บางคนต้องรถไฟเท่านั้น....อย่าถามอย่างอื่น เพราะถามมาแร้ว..รถในหมู่บ้านออกที่ก้อ 30 นาที อัพ...มารถไฟ ชัวร์กว่าเยอะ...ลงที่สถานีหน้าสนามสอบเดินข้ามถนนมาปุ๊บถึงปั๊บเลย ไม่ต้องต่อรถถโดยสารไง...แต่ปัญหาคือ ถ้ามาไม่ถันตกรถเลยครับบท่าน..อันนี้ไม่เท่าไหร่..อ้ายที่เจ็บว่านัน้ครือว่า...วันนี้วิชาสุดท้าย 3 ชั่วโมง สอบ ศิลปะ+สุข/พละ+การงานฯ เริ่ม 14.30 น. เสร็จ 17.30 น. ให้ออกจากห้อง 17.00 น. มันไม่ทันรถไฟ เข้าใจมั้ย...เด็กบางคนไม่ทันรถไฟ...ทราบแร้วเปลี่ยน...ที่สำคัญ..แทบทุกห้องเสร็จก่อนตั้งแต่ยังไม่16.30 น.เลยด้วยซ้ำ เวลาที่เหลือ นอนหลับรอเวลา...ออกจากห้องไงเพ่....อันนี้เป็นทุกคนที่มาสอบเกิน 90 % เลยหละ....
ข้อที่ 5. นักบวชที่มาสอบ(ม่ายบอกว่าลัทธิใด) บางรูป เน้นนะครับ....บางรูป..ไม่สำรวมเท่าที่ควร....เราไปสอบในโรงเรียนศาสนาอื่น แล้วนักบวชศาสนาเราไม่สำรวมนี่มันค่อนข้างจะไม่ค่อยดูดีนะครับ....ฝากผู้เกี่ยวข้องด้วยละกัน...
ข้อที่ 6. อันนี้คิดเองครับ..หาก สทศ.มีแนวนโยบายที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับนักเรียนต่างอำเภอ ที่ไม่ต้องเดินทางเข้ามาในเมืองก้อจะเป็นพระคุณต่อตัวเด็กนะครับ...เช่น โรงเรียนต่างอำเภอก้อให้จัดสนามสอบที่โรงเรียนศูนย์กลางในเขตพื้นที่ตัวเอง....การศึกษาคือการลงทุนครับ...รัฐจะหาเสียงอยู่แร้ว..อย่าเสียดายเรยครับ....ให้สิ่งดี ๆ กะเด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติเหอะคบรับ....เค้าจะได้ไม่ต้องเหมารถมาสอบห่างบ้านตนเอง....
ข้อที่ 7. การแต่งกายของครูคุมสอบ..อันนี้ไม่ได้ว่าใครนะครับ..แต่บางท่านใส่แตะส้นเตี้ย...บางท่านใส่เสื้อยืดที-เชิร์ต กับกางเกงสีดำคล้ายยินส์อ่อน...พ้มว่ามันไม่ค่อยเหมาะครับ....ที่สำคัญยังมีกรรมการบางท่านเปิดโทรศัพท์ส่งเสียงดังรบกวนสมาธิเด็กอีก...เวงกำ..จิง ๆ งับ..อ(ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่สนามก็กำชับในวันประชุมแร้วครับ...กำ ๆ ๆ ประเทศ?????งับ)
ปล.ก่อนจบ นึกได้ว่า นักเรียนที่เข้าสอบห้องที่กระพ้มคุมอยู่อ่ะ...มีโทรศัพท์มือถือแบบถ่ายรูปได้ทั้งนั้นเลย..ย้ำครับ..ถายรูปได้...แล้วมันเกี่ยวไรกับการสอบล่ะ???ถ้าใครจะถาม พ้มก้อตอบว่า...ไม่เกี่ยวโดยตรงแต่มันบอกว่า..นักเรียนทั้งในเมืองและต่างอำเภอล้วนติดอยู่ในวังวนวัตถุนิยมไงครับ....ฐานะทางบ้านไม่ดีก้อต้องมีไว้ก่อนกันอายเพื่อน...แล้วที่มาเอาเข้าห้องสอบ7 ใน 10 ก้อว่าได้เลยครับ....****ดังนั้น...จงอย่าหวังว่าการศึกษาชาติ????(ไหนม่ายรู้)จะสามารถปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของผู้เรียนเพื่อส่งให้เป็นนักเรียนที่มีทักษะชีวิต***สามารถเป็นพลเมืองดีและดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณธรรมและคุณภาพได้....ในอนาคตอันใกล้นี...ปัญหานี้พ้มว่าเป็นระเบิดนิวเคลียร์ลูกเบ้อเร่อ...รอให้ผู้มีอำนาจในกระทรวง????ของชาติ??????มาแก้ไขอ่ะครับ....
เด๋ววันไหนว่าง ๆ จะเขียนเรื่อง "ได้จาน 3 แร้ว ..ทามรายกันมั่ง????"(อันนี้เป็นเรื่องของสารขัณฑ์ประเทศนะครับ..ม่ายใช่เรื่องจริงในบ้านเมืองนี้...อย่าเครยีด ๆ ๆ )
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น